“ยื่นแบบชำระภาษี” ทางอิเล็กทรอนิกส์ เกินกำหนดเวลา ได้แล้ว

“ยื่นแบบชำระภาษี” ทางอิเล็กทรอนิกส์ เกินกำหนดเวลา ได้แล้ว

“ยื่นแบบชำระภาษี” ทางอิเล็กทรอนิกส์ เกินกำหนดเวลา ได้แล้ว

“โดยทางด้านเพจ กรมสรรพากร : The Revenue Department ได้ระบุข้อความว่า ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป กรมสรรพากร ปลดล็อก ยื่นแบบฯ ชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ เกินกำหนดเวลา ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565 เป็นต้นไป NEW E-FILING สะดวก ง่าย และรวดเร็ว”

ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565 เป็นต้นไป หลังทางด้าน กรมสรรพากร ปลดล็อก

“ยื่นแบบชำระภาษี” ยื่นภาษีออนไลน์ 2565 ยื่นภาษี ภ งด 91 2565 ยื่นแบบออนไลน์ กรมสรรพากรยื่นแบบออนไลน์ ข่าวดี กรมสรรพากร ปลดล็อก ยื่นแบบฯ ชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ เกินกำหนดเวลา ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2565 เป็นต้นไป โดยมีแบบยื่นภาษีประเภทใดบ้างที่เข้าร่วมบริการ

ยื่นแบบเกินกำหนดเวลาได้ทุกประเภท

  • ยกเว้น ภ.พ.30 ยื่นรวม กรณียื่นเพิ่มเติม
  • ยกเว้น ภ.ง.ด.90 91 94

ผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax

 

ยื่นแบบเกินกำหนดเวลาได้ สำหรับแบบฯ ที่มีหน้าที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

  • สำหรับ ภ.ง.ด.50 51 52 55 สามารถยื่นแบบเกินกำหนดเวลาของรอบบัญชีปี 2563 เป็นต้นไป

 

และสามารถคำนวณเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญาให้อัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกในการยื่นแบบและชำระภาษี หากมีข้อสงสัยติดต่อ RD Intelligence Center 1161 หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่

ยื่นแบบชำระภาษี ยื่นภาษีออนไลน์ 2565

 

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

การขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง

การขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง

การขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง

“ธุรกิจ Start up ในปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งค่อยๆเติบโตและเติบโตอย่างรวดเร็วและธุรกิจท้องถิ่นตามพื้นที่ต่างๆ เริ่มจากเป็นเจ้าของทำคนเดียวจนขยับขยายมีลูกจ้างในการทำงานมากขึ้น เมื่อเรามีลูกจ้าง สิ่งที่เราต้องเริ่มคำนึงถึงการจดทะเบียนลูกจ้างนายจ้างเพราะหากละเลย อาจจะมีความผิดในการทำงานเกิดขึ้นได้”

งั้นวันนี้เรามาดูกันว่า การจดทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างเป็นอย่างไรบ้าง

การขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีการจ้างงาน
กรณีไม่ขึ้นทะเบียนนายจ้างในเวลาและเงื่อนไข ที่กฏหมายกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับเป็นเงินไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ เป็นหน้าที่ของนายจ้างที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม

การขึ้นทะเบียนนายจ้าง เอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้

1.แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01)
2.สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลพร้อมวัตถุประสงค์ (ไม่เกิน6เดือน)
3.สำเนารับรองใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หรือ (ภ.พ.09)
4.แผนที่ตั้งของสถานประกอบการ
5.สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน(นายจ้าง)
6.รูปถ่ายที่เห็นป้ายชื่อกิจการ
7.หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่หรือสัญญาเช่า
8.หนังสือมอบอำนาจ,สำเนาบัตรประชาชน,สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

รู้ได้อย่างไร ว่าตอนไหนต้องจดภาษีภูลค่าเพิ่ม ( VAT )

รู้ได้อย่างไร ว่าตอนไหนต้องจดภาษีภูลค่าเพิ่ม ( VAT )

รู้ได้อย่างไร ว่าตอนไหนต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)

“ในการทำธุรกิจคงไม่มีใครไม่รู้จัก VAT  เป็นอีกเรื่องที่ต้องคอยระวังส่งผลให้ผู้ประกอบการแต่ละคนปวดหัวกับเรื่องนี้ไม่น้อย พร้อมทั้งมีคำถามที่เกิดขึ้นมาจากการทำธุรกิจของตนเอง คำถามที่พบได้บ่อยคือ เรื่องข้อกำหนดต่างๆภายในเรื่อง VAT”

 โดยเฉพาะตอนนี้ที่มีธุรกิจเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้ผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นโดยการเป็นธุรกิจเล็กที่เริ่มด้วยตนเอง มีประเด็นในเรื่อง

“รู้ได้อย่างไร ว่าตอนไหนต้องจดภาษีภูลค่าเพิ่ม(VAT)” งั้นเรามาตอบคำถามกันเลยดีกว่า 

ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) หรือ VAT เป็นการเก็บภาษีจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนการผลิต และจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ทั้งที่ผลิต ภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ

เกณฑ์การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

โดยกฎหมายมีการบังคับให้ผู้มีรายได้จากการประกอบธุรกิจเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้ยื่นจดไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มทุกๆ เดือน นับตั้งแต่วันที่ยื่น จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้นไป แต่ถ้าหากมีรายได้ตลอดทั้งปีเท่ากับ 1.8 ล้านบาทพอดี ยังถือว่าไม่เข้าเกณฑ์ก็ยังไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เอกสารสำหรับขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • แบบคำขอจดทะเบียน ภ.พ.01 จำนวน 3 ฉบับ
  • ภ.พ.01.1 จำนวน 3 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านกรรมการผู้มีอำนาจ หรือผู้ประกอบการ 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้ตั้งเป็นสถานประกอบการ 1 ฉบับ
  • รูปภาพสำนักงานทั้งภายในและภายนอก อย่างน้อย 4 ภาพ จำนวน 2 ชุด
  • แผนที่สำนักงาน 2 ชุด
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลพร้อมวัตถุประสงค์ / สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ / ภาพถ่ายหนังสือการจัดตั้งคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล 1 ฉบับ
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) กรณีให้บุคคลอื่นยื่นจดทะเบียนแทนผิมีอำนาจของกิจการ 1 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนของเจ้าของสถานที่ 1 ฉบับ (กรณีผู้มีอำนาจกิจการไม่ใช่เจ้าของสถานที่)
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ 1 ฉบับ (กรณีผู้มีอำนาจกิจการไม่ใช่เจ้าของสถานที่)
  • สัญญาเช่า 1 ฉบับ (กรณีเช่าสถานที่ตั้งสำนักงาน)

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องทำอะไรบ้าง

หลังจากจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือ ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งเมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการ  รวมถึงต้องมีการทำรายงานรายการภาษีซื้อ ภาษีขาย สินค้าคงเหลือ และวัตถุดิบ พร้อมส่งยื่นรายงานแก่สรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้ว่าเดือนนั้นๆ จะมีหรือไม่มีการซื้อขายก็ตาม

และในกรณีที่ผู้มีรายได้เสียภาษีแบบบุคคลธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท หลังจากจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  สิ่งที่ตามมาคือเรื่องของ “ภาษี” ที่ต้องเสียสูงถึง 35% ตามอัตราภาษีก้าวหน้า ดังนั้น การจดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล จึงเป็นเรื่องที่ผู้มีรายได้ควรพิจารณาต่อ เพราะจะทำให้เสียภาษีน้อยลงเหลือ 20% หรือปรึกษาสำนักงานบัญชีเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจจดทะเบียนบริษัท

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

สรรพากรเรียกพบ ! รู้ได้ยังไงว่ามีรายได้ ?

สรรพากรเรียกพบ ! รู้ได้ยังไงว่ามีรายได้ ?

สรรพากรเรียกพบ ! รู้ได้ยังไงว่ามีรายได้ ?

 

“สรรพากรเรียกพบ รู้ได้ยังไงว่ามีรายได้ …. คงไม่ใช่เรื่องปกติแน่หากทาง สรรพากรเรียกพบ ทำเอาผู้ถูกเรียกถึงกับกุมขมับกันเลยทีเดียว ว่าเราไปทำผิดอะไร หรือมีข้อสงสัยอะไร หรือแค่อาจจะเชิญไปเป็นพยานให้ข้อมูลเพิ่มเติมในบ้างเรื่องก็ได้ ดังนั้น เมื่อถูกเรียกพบต้องไปพบตามวันนัดหมายที่กำหนด เตรียมข้อมูล เอกสารต่างๆ ให้พร้อม”

ถ้าหากเป็นการเรียกพบเพื่อชี้แจงเรื่องเงินได้ เช่น ขอพบเรื่องรายได้ที่ยื่นภาษีบุคคลธรรมดาขาดไป หรือตรวจสอบพบว่ามีรายได้แต่ไม่ได้ยื่นภาษี คำถามที่ตามมาคือ แล้วสรรพากร รู้ได้อย่างไรว่ามีรายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ทางกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบรายได้ได้หลายวิธีด้วยกัน ดังนี้

สรรพากรเรียกพบ ! รู้ได้ยังไงว่ามีรายได้ ?

  • สถาบันการเงิน รายงานยอดเงินรับเข้าบัญชีธนาคาร

    👉 เงินเข้า 3,000 ครั้งขึ้นไป

    👉 เงินเข้า 400 ครั้ง และยอดเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาท ขึ้นไป

  • ได้รับแจ้งเบาะแสจากคู่แข่ง

    👉 หากมีคู่แข่งในการค้า โปรดระวังข้อมูลของคุณไว้ให้ดี เนื่องจากคู่แข่งสามารถส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับสรรพากรได้ 

  • วิเคราะห์จากข้อมูลการยื่นภาษีในแต่ละเดือน

  • ยอดหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกนำส่งไว้

  • มีหน่วยงาน e-commerce คอยสอดส่องและล่อซื้อ

  • ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ 

    👉 กรมศุลกากร จากการนำเข้าสินค้า

    👉 กรมที่ดิน จากการซื้อขายที่ดิน

    👉 การสอบทาน จากยอดซื้อมายังผู้จำหน่าย

  • วิเคราะห์ได้จากรายจ่ายที่เกี่ยวข้อง และผันแปรโดยตรงกับรายได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า

  • เงินรับโอนจากโครงการรัฐ คนละครึ่ง, เราชนะ, ม.33

 

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

 

ประกันแบบไหนที่ลดหย่อนภาษีได้นะ!!

ประกันแบบไหนที่ลดหย่อนภาษีได้นะ!!

ประกันแบบไหนที่ลดหย่อนภาษีได้นะ!!

“ย้อนกลับไปหลายปีก่อน การเชิญชวนการทำประกันนั้นเป็นเรื่องที่คนส่วนมากนั้นรู้สึกว่า ไม่อยากพบเจอ หากใครเป็นผู้ขายประกัน ก็จะไม่มีใครอยากพบปะเพราะกังวลเรื่องการถูกชักชวนให้ทำประกัน แต่ตอนนี้แตกต่างกันออกไปเพราะทุกคนสนใจทำประกันมากขึ้นพร้อมทั้งศึกษา ข้อมูล ผลตอบแทน การครอบคลุมการทำงานของประกันด้วยตนเอง เพราะสนใจในการดูแลสุชภาพกันอย่างมาก”

การทำประกันเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย เราเสียค่าประกันแต่รู้ไหมว่า สามารถลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวกับประกันได้ แล้วประกันแบบไหนหล่ะ เรามายกตัวอย่างกันเลย ดังนี้

ประกันแบบไหนที่ลดหย่อนภาษีได้นะ!!

 “ประกันชีวิต”

เราสามารถใช้ค่าเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ไปใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงได้เลย

เพียงแต่จำกัดไม่เกิน 100,000 บาท (รวมถึงเงินฝากแบบมีประกันชีวิตด้วย)

เงื่อนไขในการรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

  • กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย
  • ถ้ามีการจ่ายเงินคืน หรือได้รับเงินปันผลตอบแทน จะต้องได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี (หรือได้เงินคืนไม่เกิน 20% กรณีที่ได้เงินคืนตามระยะช่วงเวลา)
  • ต้องมีการแจ้งไปยังบริษัทประกันชีวิตว่า ต้องการนำเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

 “ประกันสุขภาพ”

ถ้าตัดสินใจเลือกซื้อประกันสุขภาพให้กับตัวเอง ก็จะสามารถใช้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่าย ไปใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงได้เลย เพียงแต่จำกัดไม่เกิน 25,000 บาท แต่ทั้งนี้ ถ้ารวมเอาค่าเบี้ย ประกันชีวิตทั่วไป + เงินฝากแบบมีประกันชีวิต + ประกันสุขภาพ ทั้งหมดที่สามารถลดหย่อนภาษีได้นั้น จะต้องมีจำนวนเงินรวมทั้งหมด ไม่เกิน 100,000 บาท

เงื่อนไขในการรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

  • ต้องทำประกันกับบริษัทประกันในประเทศไทย
  • เป็นกรมธรรมที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล อันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพ และการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
  • เป็นกรมธรรม์การประกันอุบัติเหตุ เฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
  • เป็นกรมธรรม์การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical illnesses)
  • เป็นกรมธรรม์การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long term care)
  • ต้องมีการแจ้งไปยังบริษัทประกัน ว่าต้องการนำเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่าย ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย

 “ประกันบำนาญ”

สำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญนั้น จะมีความแตกต่างจากประกันชีวิตแบบปกตินิดหน่อย นั่นก็คือ เราสามารถเอาเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาท ต่อปี

เงื่อนไขในการรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

  • กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย
  • ต้องเป็นกรมธรรมที่จ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ
  • ต้องเป็นกรมธรรม์ที่กำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์ ในช่วงที่เรามีอายุตั้งแต่ 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น
  • ต้องเป็นการจ่ายเบี้ยประกันครบก่อนที่เราจะได้รับเงินผลประโยชน์
  • ต้องมีการแจ้งไปยังบริษัทประกันชีวิตว่า ต้องการนำเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

 

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี