เคล็ดลับขายของออนไลน์ ทำอย่างไรให้ order ไม่หลุด

เคล็ดลับขายของออนไลน์ ทำอย่างไรให้ order ไม่หลุด

เคล็ดลับขายของออนไลน์ ทำอย่างไรให้ order ไม่หลุด

1. หาผู้ช่วยจดออเดอร์ 

เพราะการจดเดอร์อย่างถูกต้องและครบถ้วน ถือเป็นหน้าด่านสำคัญที่ช่วยลดการเกิดออเดอร์หลุดได้มากที่สุด และก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดออเดอร์หลุดได้มากที่สุดเช่นเดียวกัน บางร้านค้าที่การเปิดรับออเดอร์จากหลาย ๆ ช่องทาง หรือบางพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์บางคนที่การ Live สด ขายสินค้าด้วยตัวเอง การที่เราทำอะไรทั้งหมดหลาย ๆ อย่างเพียงคนเดียว ย่อมเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ หากคุณต้องการ ทำอย่างไรให้ Order ไม่หลุด คุณลองมองหาผู้ช่วยจดออเดอร์ที่ไม่ว่าจะเป็นคนหรือโปรแกรมเครื่องมือที่สามารถช่วยคุณลดโอกาสการเกิดความผิดพลาดนี้ได้

2. ติดป้าย Tag กำกับ เพื่อบอกสถานะลูกค้า

หากคุณมีช่องทางการขายบน Facebook และ Line ทั้งสองช่องทางมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณจัดการกับออเดอร์จากลูกค้าได้เช่นกัน นั่นก็คือการติดป้าย Tag กำกับบนแชทที่ลูกค้าทักเข้ามานั่นเอง คุณสามารถกำหนดป้าย Tag ได้ด้วยตัวเอง เพื่อบอกสถานะการสั่งซื้อของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น คนที่ทักมาแล้วแต่ปิดการขายไม่ได้ คนที่สั่งซื้อแต่ยังไม่จ่ายเงิน คนที่จ่ายเงินแล้วเป็นต้น

3. ติดตามการจ่ายเงินจากลูกค้า 

คุณสามารถติดตามการจ่ายเงินของลูกค้าได้โดยดูที่ป้าย Tag กำกับที่ติดไว้กับลูกค้าแต่ละคน ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้เลย ซึ่งคุณอาจจะเลือกดูจาก Tag ที่กำกับไว้ว่ารอการชำระเงินเพียงอย่างเดียวได้เช่นกัน การติดตามการจ่ายเงินจากลูกค้า ไม่ใช่เป็นการทวงให้ลูกค้าชำระเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วย ทำอย่างไรให้ order ไม่หลุด ได้อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณไม่ได้ติดป้าย Tag กำกับไว้ คุณจะต้องมาเลื่อนหาแชทลูกค้าว่าคนไหนจ่ายแล้วหรือยังไม่จ่าย หากคุณเปิดแชทอ่านไม่ละเอียดถี่ถ้วนก็อาจจะทำให้ออเดอร์ของลูกค้าหลุดได้เช่นกัน

4. ให้ความสำคัญกับออเดอร์สั่งภายในระยะเวลาที่กำหนด

หากคุณต้องการสรุปออเดอร์ในแต่ละวัน เพื่อทำการแพ็คสินค้านำส่งต่อไป คุณควรเลือกสรุปจากออเดอร์ที่สั่งและชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาในการรวบรวมออเดอร์ดังกล่าวและแพ็คสินค้าได้อย่างถูกต้อง สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญนอกเหนือจากออเดอร์หลุด คือการที่ลูกค้าได้รับของไม่ครบ และได้รับของล่าช้า เพราะฉะนั้นคุณควรให้ความสำคัญออเดอร์ที่มีการจ่ายเงินแล้วและทันระยะเวลาที่กำหนดของรอบการส่งในแต่ละวัน ตั้งแต่การแพ็คของและแพ็คให้ทันรอบการส่งด้วย

5. ตรวจสอบและทวนสอบออเดอร์อีกครั้งก่อนนำส่ง

ก่อนนำส่งสินค้าไปให้ลูกค้า คุณควรตรวจสอบอีกครั้งว่าลูกค้าได้จะรับสินค้าครบถ้วนตามออเดอร์ที่สั่ง และจะต้องตรวจสอบและทวนสอบด้วยว่า ออเดอร์แต่ละออเดอร์ที่รอการจัดส่ง มีการแพ็คสินค้าครบทุกออเดอร์หรือยัง โดยถ้าหากคุณมีระบบที่ช่วยตรวจสอบหรือช่วยระบุว่ามีออเดอร์จำนวนเท่าไหร่ที่จะต้องนำส่ง ทำอย่างไรให้ Order ไม่หลุด ไม่หาย ไม่ตกหล่น จากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง การรีเช็คออเดอร์อีกครั้งถือได้ว่าเป็นปราการสุดท้าย ก่อนสินค้าจะส่งถึงมือลูกค้าต่อไป

6. หมั่นติดตามสถานะพัสดุ

อย่างไรก็ตามเมื่อส่งสินค้าออกไปแล้ว คุณควรที่จะหมั่นติดตามสถานะพัสดุเช่นเดียวกัน เพราะบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่ามีออเดอร์หลุดก่อนการส่งสินค้าหรือไม่ หรือหากมีลูกค้าไม่ได้รับสินค้าคุณจะได้ช่วยติดตามให้ได้ ซึ่งถ้าหากคุณเลือกใช้โปรแกรมที่ช่วยจัดการออเดอร์บางโปรแกรมจะมีการแจ้งและติดตาม Tracking Number อัตโนมัติผ่านระบบ ทำให้คุณและลูกค้าของคุณติดตามสถานะพัสดุได้อย่างสะดวก ไม่เสียเวลาต้องไปค้นหาจากเว็บไซต์ของขนส่งด้วยตัวเอง

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

พ่อค้าแม่ค้า ระวัง! ‘ขายดี’ จน ‘เจ๊ง’

พ่อค้าแม่ค้า ระวัง! ‘ขายดี’ จน ‘เจ๊ง’

พ่อค้าแม่ค้า ระวัง! ‘ขายดี’ จน ‘เจ๊ง’

“ช่วงหลังนี้เราจะเห็นว่านักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงเกิดขึ้นมามากมายพร้อมไอเดียที่พรั่งพรู ที่ทำให้เกิดเทรนด์และกระแสการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น หลายคนประสบความสำเร็จมากจนทำให้สินค้าและบริการขายดีเทน้ำเทท่า แต่ก็ไม่วายที่อยู่ๆ  ธุรกิจที่สร้างขึ้นจะเจ๊งไปต่อหน้าต่อตาได้ มาดูกันว่าสิ่งที่เราต้องรู้ในการทำธุรกิจนั้นมีอะไรบ้างก่อนที่เราจะขายดีจนเจ๊ง”

1. ไม่คำนวณต้นทุนและกำหนดราคาให้ดี 

สิ่งแรกที่ทำให้ขายดีเท่าไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ คือเรื่องของ “ต้นทุน” หากคำนวณไม่ดีตั้งแต่แรกทำให้ไม่ได้กำไรอย่างที่คิดไว้ หรือขาดทุนเข้าเนื้อแบบไม่รู้ตัว โดยการคำนวณต้นทุนจริงๆ แล้ว ไม่ใช่คิดแค่ราคาสินค้าต่อจำนวนสินค้าเท่านั้น แต่ต้องบวกต้นทุนแฝงเข้าไปด้วย

 2. ไม่แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีร้านค้า 

อีกหนึ่งความพัง คือไม่ยอมแยก “บัญชีเงินส่วนตัว” ออกจาก “บัญชีร้านค้า” การทำแบบนี้ทำให้จัดการได้ยาก หรือเงินปะปนกันจนไม่รู้ว่าอันไหนต้นทุน อันไหนกำไร และอันไหนเป็นเงินส่วนตัว

ข้อดีของการแยกบัญชีคือ ทำให้ไม่สับสนระหว่างค่าใช้จ่ายส่วนตัวกับค่าใช้จ่ายของร้านค้า ช่วยให้เห็นกำไรและค่าใช้จ่ายในส่วนของร้านได้ชัดเจน ในทางเดียวกันก็ยังช่วยให้วางแผนการเงินส่วนตัวได้ง่ายด้วย

 3. ไม่จัดสัดส่วนเงินให้ชัดเจน 

นอกจากจะต้องแยกบัญชีร้านออกจากบัญชีส่วนตัวแล้ว การจัดสัดส่วนเงินบัญชีในของร้านให้ชัดเจน คือ อีกหนึ่งเรื่องที่ควรทำให้ดีตั้งแต่ต้น เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ, รายรับ, ซื้อโฆษณา, จ่ายพนักงาน, จ่ายค่าจ้างตัวเอง, เงินออม เป็นต้น

ข้อดีของการจัดสัดส่วนเงิน ให้ขาดจากกัน คือช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น เห็นภาพรวมว่าเงินแต่ละส่วนเพิ่มขึ้นหรือลดลง มีงบประมาณเท่าไรบ้าง ที่สำคัญคือจะทำให้ไม่ลืมเตรียมเงินส่วนที่ต้องจ่ายประจำในแต่ละเดือนได้ด้วย

 4. ไม่ทำบัญชี 

หลายคนทำตาม 3 ข้อก่อนหน้า แต่ไม่ได้ “ทำบัญชี” สรุปรายได้และค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนไว้เลย แบบนี้ก็ทำให้เจ๊งแบบไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน

เพราะการทำบัญชีจะทำให้เห็นภาพรวมทั้งหมดจริงๆ และเห็นผลลัพธ์​ กำไร ขาดทุน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ โดยการทำบัญชีสำหรับร้านค้าออนไลน์อาจไม่ต้องถึงขั้นละเอียดยิบเท่านักบัญชีมาเอง แต่ต้องทำให้เข้าใจเอง และเห็นภาพรวมที่เกิดขึ้นจริง โดยสามารถตั้งต้นจาก 5 หัวข้อที่สำคัญ ได้แก่

– วันเดือนปี : ที่มีการรับเงินหรือจ่ายเงิน
– รายการ : ลงรายละเอียดว่าเราได้รับเงินหรือจ่ายเงินจากเรื่องอะไรบ้าง
– รายรับ : บันทึกจำนวนเงินที่ทางร้านได้รับเข้ามา เช่น ค่าสินค้าที่ขายได้
– รายจ่าย : บันทึกจำนวนเงินที่จ่ายออกไป
– ยอดรวมรายเดือน : เป็นช่องสำหรับรวมเงินในแต่ละเดือนในตอนสิ้นเดือน

การทำบัญชีทุกเดือน ไม่ใช่แค่ช่วยเตือนความจำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้วางแผนค่าใช้จ่ายในเดือนต่อไปได้ด้วย เช่น นำรายการที่บันทึกไว้มาวิเคราะห์ต่อได้ว่า ค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เกินความจำเป็น หรือสามารถนำงบที่มีอยู่ไปส่งเสริมด้านใดได้อีกบ้าง ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อถึงเวลายื่นภาษี ก็มีข้อมูลพร้อมใช้ ไม่ต้องไปไล่ดูย้อนหลัง

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

รายงานผู้สอบบัญชีมีกี่ประเภทกันนะ!

รายงานผู้สอบบัญชีมีกี่ประเภทกันนะ!

รายงานผู้สอบบัญชีมีกี่ประเภทกันนะ!

“วันนี้เรามาขยายความเกี่ยวกับรายงานผู้สอบบัญชีหน่อยดีกว่า ว่ามีกี่ประเภทแล้วเป็นอย่างไรบ้างมาอ่านกันเล้ยยย”

รายงานของผู้สอบบัญชี จะแบ่งประเภทหลักๆ เป็น 2 ประเภทได้ดังนี้ คือ

  • รายงานการตรวจสอบงบการเงิน  

ผู้สอบบัญชีให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล ได้รวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีอย่างเพียงพอและเหมาะสม จึงสามารถที่จะแสดงความเห็นต่องบการเงินได้ รายงานประเภทนี้จะใช้ในการสอบบัญชีของงบปี

  • รายงานการสอบทานงบการเงิน

ผู้สอบบัญชีให้ความเชื่อมั่นอย่างพอประมาณ ได้รวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีอย่างจำกัด ผู้สอบบัญชีจึงไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินได้ แต่จะให้ความมั่นใจในเชิงปฏิเสธหรืออย่างจำกัด ว่าผู้สอบบัญชีไม่พบสิ่งที่เป็นเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลในงบนั้นไม่ได้จัดขึ้นตามมาตรฐานฯ รายงานประเภทนี้ใช้ในการสอบบัญชีของงบไตรมาส

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

6 วิธีประหยัดเงินของ SME

6 วิธีประหยัดเงินของ SME

6 วิธีประหยัดเงินของ SME

“ธุรกิจใหม่ๆเกิดทุกวัน การแข่งขันก็สูงขึ้นตามมา แต่เราจะทำอย่างไร ให้SMEของเรา ไปต่อได้แบบสบายใจ วันนี้ ‘ควิกแอคเคาท์ติ้ง’ เลยมาแนะนำสิ่งที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยคือการประหยัดเงินของ SME มาให้ทุกคนได้นำไปเลือกใช้กันเลย”

     1. การตลาดท้องถิ่น 
การทำการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กต้องถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ ดังนั้น ในช่วงเริ่มต้น สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำคือ มองเรื่องการโฆษณาร่วมกับธุรกิจอื่นๆ ในท้องถิ่นซึ่งมีราคาถูกกว่า เช่น หนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย ป้ายโฆษณา โบรชัวร์ตามร้านค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการรับรู้ในราคาย่อมเยาเสียก่อน เมื่อได้รับการยอมรับในระดับท้องถิ่นแล้ว จึงก้าวไปในระดับจังหวัดและระดับประเทศต่อไป

     2. ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป
หากเรากำลังคิดที่จะสร้างเว็บไซต์ หรือร้านค้าออนไลน์ ในยุคนี้ความสะดวกสบายและความคุ้มค่าคุ้มทุนจะอยู่ที่เว็บไซต์สำเร็จรูป อย่าง Squarespace หรือ Shopify ซึ่งได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยบางเว็บไซต์สามารถใช้งานได้ง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

     3. หลีกเลี่ยงการเปิดออฟฟิศ
ต้องขอบคุณเทคโนโลยี ที่ช่วยให้เราสามารถทำงานและสั่งงานผ่านทางไกลได้โดยไม่ต้องใช้ออฟฟิศให้เปลืองเงินแต่อย่างใด เพราะการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่สำนักงาน ค่ามัดจำล่วงหน้า ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าตกแต่ง และอีกสารพัดค่าใช้จ่ายที่จะจมลงไปก่อนธุรกิจจะเริ่มต้น ดังนั้น ถ้าเราสามารถทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องใช้ออฟฟิศ จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ

     4. เลือกใช้อุปกรณ์มือสอง
หากว่าเราจำเป็นต้องมีออฟฟิศจริงๆ พยายามมองหาอุปกรณ์สำนักงานมือสอง หากสินค้าเหล่านั้นยังมีสภาพใหม่หรืออยู่ในสภาพดี ลองคิดภาพตามนี้ดูระหว่างอุปกรณ์ใหม่ทั้งออฟฟิศ พร้อมเงินติดลบหรือเหลือติดบัญชีอันน้อยนิดกับอุปกรณ์ที่สามารถทำให้ออฟฟิศทำงานได้ครบวัตถุประสงค์ พร้อมเงินติดบัญชีที่สามารถหมุนเวียนธุรกิจได้ 3-6 เดือน เราจะเลือกแบบไหน

     5. จ้างฟรีแลนซ์
การจ้างพนักงานหนึ่งคนใช้เงินสูงมาก กว่าจะสอนงานจนเป็นงาน สร้างแรงจูงใจ ทำให้กระตือรือร้น ไหนจะเรื่องความซื่อสัตย์อีก ดังนั้น จนกว่าธุรกิจของเราจะมีการเงินที่มั่นคงและแข็งแรง การจ้างฟรีแลนซ์นับเป็นตัวเลือกที่ดี

     6. มองหาการแลกเปลี่ยน
การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างผู้ที่ดำเนินธุรกิจด้วยกันจะช่วยลดการจ่ายเงินสดได้เป็นอย่างดี เช่น เราทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการเงินและการทำบัญชี และกำลังต้องการนักออกแบบโลโก้ให้กับแบรนด์ เราก็มองหาบริษัทออกแบบที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างการออกแบบและการสอนการทำบัญชี เป็นต้น

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล

5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล

5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล

“ในตอนนี้ต้องยกให้ว่าเป็นยุคของคำว่า “ดิจิทัล” อย่างแท้จริง  นอกจากเทรนด์ที่เปลี่ยนไป ยังรวมถึงการทำงานของธุรกิจสมัยนี้ด้วย วันนี้ทาง ‘ควิกแอคเคาท์ติ้ง’ จึงยก 5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล”

มีดังนี้

  • Selling & Communication Skills (การขาย-การสื่อสาร)

ในหลายประเทศจะให้ความสำคัญกับทักษะการสื่อสารอย่างมาก ยิ่งการสื่อสารระหว่างประเทศยิ่งสร้างรายได้เสริมให้กับเราได้ ดังนั้น สำหรับคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ถนัดทักษะการขาย มีสกิลการใช้คำพูดในการสร้างรายได้ให้ดีลนั้นๆ complete ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่สามารถทำได้แม้ว่าเราจะมีงานประจำอยู่แล้วก็ตาม

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทักษะการสื่อสารยังสำคัญในยุคดิจัล เพราะว่าประชากรทั่วโลกไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจเทคโนโลยีต่างๆ ดังนั้น กลุ่มที่มีความสามารถในการสื่อสาร ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ ยังเป็นทักษะที่ต้องการขององค์กรและบริษัทหลายๆ แห่ง

ขณะที่โลกออนไลน์ทำให้การสื่อสารทุกอย่างไร้พรมแดน ดังนั้น หากใครที่สามารถสร้างโอกาสตรงนี้เปลี่ยนเป็นรายได้จากการขายได้ ก็ถือว่าจะช่วยสร้างรายได้เสริมอย่างมากได้เหมือนกัน

 

  • Digital Marketing (การตลาดดิจิทัล)

คนที่มีทักษะเกี่ยวกับการตลาดดิจิทัลในยุคแบบนี้ถือว่ามีความได้เปรียบมาก เพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง ใครมีกลยุทธ์ดึงดูดใจผู้บริโภคมากกว่ากันถือว่าเป็น main player ที่น่าสนใจและสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มผู้บริโภคได้ด้วย

ทั้งนี้ สกิลนี้ค่อนข้างเฉพาะตัวเพราะต้องใช้ความรู้ทั้งสมองซีกขวาและซ้ายไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่ต้องใช้กลยุทธ์ ตรรกะ สมมุติฐาน ก็ต้องใช้ความครีเอทที่ถูกทิศถูกทางด้วย

ด้วยโอกาสที่ใครๆ ก็เข้าไปอยู่ในตลาดดิจิทัลได้ง่าย ดังนั้น เราจึงเห็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ เข้ามาเป็นผู้แข่งขันร่วมอยู่บ่อยๆ ซึ่งธุรกิจน้องใหม่ที่ยังมีงบทุนไม่มาก นักการตลาดดิจิทัล freelance จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ประกอบการนี้

 

  • Coding (การเขียนโค้ดหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์)

นักโปรแกมเมอร์ หรือนักเขียนโค้ด ถือว่าเป็นสกิลเฉพาะตัวมากๆ และยังมีจำนวนผู้ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่มากนัก ดังนั้น การสร้างความได้เปรียบในธุรกิจ นักเขียนโค้ดก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่จำเป็นต้องมี เพราะสามารถทำให้เกิดความใหม่ และกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใครได้

ยิ่งธุรกิจในสมัยนี้เกือบทุกอย่างต้องเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น ฯลฯ นักเขียนโค้ดที่คิดนอกกรอบเก่งๆ และสร้างความแตกต่างได้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่บริษัทและองค์กรต้องยอมแลก

  • Business and Marketing Analytics (การวิเคราะห์ธุรกิจและการตลาด)

ในยุคทองของข้อมูลที่ล้นหลามขนาดนี้ หากไม่มีนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ดี ข้อมูลนั้นๆ ก็สูญเปล่า ดังนั้น แม้ว่าตำแหน่งนักวิเคราะห์ธุรกิจ หรือการตลาดจะมีอยู่แล้วในองค์กร/บริษัท แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องใช้นักวิเคราะห์จากข้างนอกมาช่วยฟันธงความเป็นไปได้ของทิศทางธุรกิจ หรือการตลาดนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

โดยมี 3 สิ่งหลักๆ ที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องการรู้จากการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นๆ

  • วิธีการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดีที่สุดเพื่อให้ธุรกิจเติบโต
  • วิธีการติดตามผลกระทบของการตลาดที่มีผลต่อธุรกิจที่ดีที่สุด
  • วิธีการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับธุรกิจ (ทั้งการเงิน, ทิศทาง, พนักงาน) และเพิ่มโอกาสเติบโตให้ธุรกิจ

 

  • Branding & Design (การสร้างแบรนด์และการดีไซน์)

สำหรับธุรกิจ #แบรนด์ คือสิ่งสำคัญมากเพราะเป็นหน้าเป็นตาให้กับแบรนด์ในการสร้างการรับรู้ ขณะที่การสร้างแบรนด์ หรือการดีไซน์ต่างๆ ตั้งแต่โลโก้ ความหมาย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์นั้นๆ นักสร้างแบรนด์หรือนักดีไซน์จึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากทีเดียว

ดังนั้น เรื่องของการดีไซน์แบรนด์ดิ้งจึงเป็นมากกว่าการจดจำ เพราะว่ามันเป็นทั้งงานศิลปะวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน จึงต้องเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะสีของแบรนด์, ดีไซน์ตัวอักษร, ขนาด, มุมมอง, ความหมาย ฯลฯ ตามความรู้สึก friendly สำหรับมนุษย์เป็นศาสตร์ที่ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ และบางทีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจแค่คนๆ เดียว แต่ต้องเป็นคนที่มีศาสตร์นี้ช่วยกันคิด

เช่น การออกแบบร้านเบเกอรี่ให้ความรู้สึกสบายใจ และอบอุ่น ด้วยสี earth tone พร้อมโลโก้ทรงกลมที่ดูเป็นมิตรต่อลูกค้า เป็นต้น

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี