มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน! วิธีลดหย่อนภาษี มนุษย์เงินเดือน

มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน! วิธีลดหย่อนภาษี มนุษย์เงินเดือน

วิธีลดหย่อนภาษี มนุษย์เงินเดือน

“ขึ้นชื่อว่ามนุษย์เงินเดือน บอกได้เลยว่าประชากรเยอะมาก จนอาจจะคิดว่าทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอาจจะไม่ได้ใกล้กับคำว่าภาษีเลย เพราะ คนรอบตัวก็แทบไม่มีใครพูดคุยในเรื่องนี้ ทั้งๆที่จริงมนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะต้องเสียภาษีที่เรียกว่าภาษีรายได้บุคคลธรรมดา งั้นมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะ ‘ลดหย่อนภาษีของมนุษย์เงินเดือน’ ได้อย่างไร”

  • สมัครกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อคุณหักเงินสะสมเข้ากองทุน 3-15 % ของเงินเดือน คุณจะใช้หักภาษีได้มากถึง 300,000 บาท ต่อปี แถมด้วยนายจ้างจะต้องจ่ายเงินให้คุณ 3–15 % ของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 300,000 บาท โดยที่คุณไม่ต้องเสียภาษี เรียกว่าได้กำไรสองต่อ
  • หรือถ้าคุณทำธุรกิจที่เป็นนายตัวเอง ให้เลือกซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่เรียกว่า RMF แทนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ซื้อไม่เกิน 15 % ของรายได้ ปีละไม่เกิน 300,000 บาท สามารถใช้ลดภาษีได้เช่นกัน
  • ซื้อกองทุนหุ้นระยะยาว กรมสรรพากรอนุญาตให้คุณซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว LTF (Long Term Equity Fund) ที่มีบลจ. (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) เป็นผู้บริหาร สามารถหักภาษีได้ปีละ 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 15%
  •  สละโสดลดภาษี สาวๆ เลือกเฟ้นชายหนุ่มมาแต่งงานถูกต้องตามกฎหมายมีใบทะเบียนสมรสชัดเจน จะมีสิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท และถ้ามีบุตรหรือบุตรบุญธรรมจะลดหย่อนได้ 15,000 บาท แต่ไม่เกิน 3 คน และบุตรต้องอายุไม่เกิน 25 ปี
  • ส่วนค่าลดหย่อนบิดามารดา บิดามารดาจะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ลูกสามารถใช้สิทธิการลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท แต่บิดามารดาจะต้องออกหนังสือรับรองด้วยว่าบุตรคนไหนเป็นผู้อุปการะ ซึ่งจะอุปการะได้คนเดียวเท่านั้น
  • ทำประกันชีวิต ตามกฎหมายคุณจะต้องทำประกันชีวิตที่มีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป และต้องเป็นผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักรเท่านั้น โดยเบี้ยประกันส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท เป็นเงินที่ได้ยกเว้นภาษี
  • ใจบุญบริจาคเงิน หลังจากบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิหรือสถานที่ต่างๆ แล้ว สามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนหักภาษีได้เท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10 % ของรายได้

 

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

บริจาคอย่างไร ไม่เสีย VAT??

บริจาคอย่างไร ไม่เสีย VAT??

บริจาคอย่างไร ไม่เสีย VAT??

 

“ภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นจัดเก็บจากกิจกรรมขายสินค้า และกฎหมายก็กำหนดให้ทรัพย์สินทุกอย่างไม่ว่าจะมีไว้เพื่อการใด ถือเป็น “สินค้า” (มาตรา 77/1(9) แห่งมาตราประมวลรัษฎากร) และการ “ขาย” ก็คือ การจำหน่าย จ่าย โอน สินค้า มาตรา 77/(8) แห่งแห่งมาตราประมวลรัษฎากร) ดังนั้น การบริจาคซึ่งเป็นการโอนอย่างหนึ่ง จึงถือเป็นการขาย ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม”

บริจาค “อะไร” จึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คำตอบก็คือบริจาค “สินค้า” เช่นคอมพิวเตอร์ รถยนต์ เสื้อผ้า อาหาร ฯลฯ ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากถือเป็นการขายสินค้าอย่างหนึ่ง

ต่อมาคือบริจาค “อย่างไร” จึงจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คำตอบคือ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (หมายถึงบุคคลที่ขายสินค้าให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ)เป็นผู้บริจาคสินค้า จึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  เพราะฉะนั้นหากไม่ได้เป็นผู้ประกอบพิจารณาขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ก็จะไม่อยู่ในฐานะที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ถึงแม้ว่าเป็นผู้ประกอบการในระบบกฎหมายก็ได้กำหนดทางเลือกในการบริจาคสินค้าแล้วไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 กรณี คือ

กรณีที่ ผู้ประกอบการบริจาคสินค้าแล้วจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อบริจาคให้แก่

(ก) สถานพยาบาลของทางราชการ
(ข) สถานศึกษาของทางราชการ
(ค) องค์การหรือสถานสาธารณกุศลสถานพยาบาล และสถานศึกษาอื่นนอกจาก (ข)

ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดฯ สามารถดูรายชื่อได้ตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ซึ่งเป็นรายชื่อองค์กรเช่นเดียวกับที่บุคคลธรรมดาได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้ (มาตรา 3(4) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239 ) พ.ศ.2534)

กรณีที่ ผู้ประกอบการบริจาคสินค้าแล้วไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่บริจาคมารวมประมูลค่าของฐานภาษี (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเสีย) ได้แก่

(ก) การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติลักษณะทำนองเดียวกัน
(ข) การบริจาคทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการ เพื่อให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน หรือสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (ข้อ 2(19)(20) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับ40)ฯ)

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับภาษีซื้อ

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับภาษีซื้อ

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับภาษีซื้อ

” ภาษีซื้อคืออะไร วันนี้เรามาไขข้อสงสัยพร้อมทั้งให้หลักเกณฑ์การเฉลี่ยซื้อ เมื่อใดที่กิจการต้องมีการเฉลี่ยภาษี และหลักเกณฑ์ในการเฉลี่ยภาษีซื้อนั้นมีอะไรบ้าง มาอ่านบทความนี้กันได้เลย “

ภาษีซื้อคืออะไร ?

“ภาษีซื้อ” หมายถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่

หลักเกณฑ์ในการเฉลี่ยภาษีซื้อ

เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (NON VAT) ภาษีซื้อที่ไม่สามารถแยกได้ว่าเกิดจากกิจการประเภทใด ต้องนำมาเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ หลักเกณฑ์ในการเฉลี่ยภาษีซื้อมีดังต่อไปนี้

 

3.1  ปีแรกที่เริ่มมีรายได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

  1. กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเริ่มประกอบกิจการ หรือได้ประกอบกิจการมาแล้วแต่ยังไม่มีรายได้ ให้ประมาณการรายได้ของกิจการทั้ง 2 ประเภทของปีที่เริ่มมีรายได้

ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของประมาณการรายได้ดังกล่าว และให้นำภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้ตามส่วนของประมาณการรายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักออกจากภาษีขาย แต่ภาษีซื้อดังกล่าวจะต้องมีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของภาษีซื้อที่นำมาเฉลี่ย

สำหรับในปีถัดจากปีที่เริ่มประกอบกิจการและยังไม่มีรายได้ถึงสิ้นปีของปีที่เริ่มมีรายได้ ให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของประมาณการรายได้ตามเกณฑ์ดังกล่าว

เมื่อสิ้นปีที่เริ่มมีรายได้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนคำนวณภาษีซื้อที่หักได้จริงตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้ปรับปรุงภาษีซื้อที่ได้นำมาหักออกจากภาษีขายแล้วตามหลักเกณฑ์ตาม (2)

ปีที่เริ่มมีรายได้ให้หมายถึง ปีแรกที่มีรายได้เกิดขึ้นจริงไม่น้อยกว่า 6 เดือนภาษี

 

  1. การปรับปรุงภาษีซื้อตาม (1) ให้กระทำในเดือนภาษีถัดจากเดือนภาษีสุดท้ายของปีที่เริ่มมีรายได้ โดยให้ปรับปรุงตั้งแต่เดือนภาษีแรกที่ได้มีการเฉลี่ยภาษีซื้อถึงเดือนภาษีสุดท้ายของปีที่เริ่มมีรายได้ ดังนี้

(ก) ในกรณีภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้และได้นำมาหักออกจากภาษีขายแล้ว มีจำนวนเกินกว่าภาษีซื้อที่หักได้จริง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนชำระภาษีซื้อส่วนที่เกินนั้นพร้อมกับยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มอีกหนึ่งฉบับ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนภาษีที่มีการปรับปรุงภาษีซื้อและให้นำภาษีซื้อส่วนที่เกินนั้นซึ่งยังมิได้นำไปรวมคำนวณเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการ ไปรวมคำนวณเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการในปีที่เกี่ยวข้อง

(ข) ในกรณีภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้และได้นำมาหักออกจากภาษีขายแล้วมีจำนวนน้อยกว่าภาษีซื้อที่หักได้จริง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นคำร้องขอคืนภาษีซื้อส่วนที่ขาดนั้น ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด และให้นำภาษีซื้อส่วนที่ขาด ซึ่งได้นำไปรวมคำนวณเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการแล้วไปหักออกจากมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการในปีที่เกี่ยวข้อง

(ค) การปรับปรุงภาษีซื้อตามข้อนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร

 

3.2 ปีถัดจากปีที่เริ่มมีรายได้เป็นต้นไป

สำหรับปีถัดจากปีที่เริ่มมีรายได้เป็นต้นไป ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ของ     ปีที่ผ่านมาโดยไม่ต้องปรับปรุงภาษีซื้ออีก และในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนประสงค์จะปรับปรุงภาษีซื้อให้เป็นไปตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงทั้งปีของกิจการทั้งสองประเภทก็ให้กระทำได้ ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์ตามข้อ 3.1 (2) มาใช้บังคับโดยอนุโลมและเมื่อได้เลือกปฏิบัติเป็นอย่างใดแล้ว ก็ให้ถือปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้เปลี่ยนแปลงได้   (รายได้ของปีที่ผ่านมา  หมายถึง รายได้ของปีก่อนปีปัจจุบัน 1 ปี)

 

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

ค่าปรึกษา เป็นเงินพึงได้ประเภทอะไร?

ค่าปรึกษา เป็นเงินพึงได้ประเภทอะไร?

ค่าปรึกษา เป็นเงินพึงได้ประเภทอะไร?

ค่าปรึกษา เป็นเงินพึงได้ประเภทอะไร?

ตอบ – หากเป็นการให้คำปรึกษาทั่วไปเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แต่หากเป็นการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย บัญชี เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6)

ประเมินตาม มาตรา 40 (2) คือ

เงินได้ตามมาตรา 40 (2) ได้แก่ เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือ ตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม
ค่านายหน้าค่าส่วนลดเงินอุดหนุนในงานที่ทำเบี้ยประชุม บำเหน็จโบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู่จ่ายเงินได้ ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งผู้มีเงินได้ มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้ เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือ จากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าทีหรือตำแหน่งงานหรืองานที  รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว

ประเมินตาม มาตรา 40 (6) คือ

เงินได้พึงประเมินในรูปของค่าตอบแทนจากการประกอบวิชาชีพอิสระ ที่มีจำนวนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปริมาณหรือความยากง่าย มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ทั้งนี้ วิชาชีพอิสระมีความคล้ายอาชีพฟรีแลนซ์ ที่มีความเป็นอิสระไม่ขึ้นกับบริษัท แต่จะต้องเป็นอาชีพที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง และถูกกำหนดไว้ในกฎหมายซึ่งได้แก่

  • แพทย์และพยาบาลประกอบโรคศิลปะ เช่น กลุ่มเวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์
  • ประณีตศิลป์ เช่น งานวาด งานหล่อ งานปั้น
  • สถาปนิก เช่น งานออกแบบ
  • วิศวกร เช่น งานออกแบบ
  • นักบัญชี เช่น ทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี โดยบริษัทจำนวนมาก ต้องให้นักบัญชีช่วยทำบัญชี ตรวจสอบบัญชีให้ เพื่อรายละเอียดที่ถูกต้องก่อนยื่นส่งสรรพากร
  • ทนายความ เช่น ที่ปรึกษา ว่าความ

หรือวิชาชีพอิสระอื่นๆ ตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

บริษัทฯ ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งจะต้องรับผิดอะไรบ้าง ?

บริษัทฯ ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งจะต้องรับผิดอะไรบ้าง ?

บริษัทฯ ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งจะต้องรับผิดอะไรบ้าง ?

คำถาม

บริษัทฯ ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งจะต้องรับผิดอะไรบ้าง ?

คำตอบ

ความรับผิดมีดังนี้

1. รับผิดในจำนวนภาษีที่ต้องหักนำส่ง

2. รับผิดในเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน โดยคำนวณจากจำนวนภาษีที่ต้องนำส่งตาม

3. หากไม่ได้ยื่นแบบนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้เลย ไม่ใช่ยื่นไว้ไม่ครบถ้วนต้องเสียค่าปรับทางอาญาอีกส่วนหนึ่ง

ความรับผิดของผู้จ่ายเงินได้ เมื่อมิได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ความรับผิดของผู้จ่ายเงินได้ เมื่อมิได้หักภาษี ณ ที่จ่าย

การหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นวิธีการจัดเก็บภาษีล่วงหน้าอย่างหนึ่ง โดยกำหนดให้ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษีจากเงินที่ตนจ่ายให้แก่ผู้รับทุกคราวที่มีการจ่ายเงินได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด แล้วจึงนำเงินนั้นส่งรัฐ เงินภาษีที่ได้หักและนำส่งถือเป็นเครดิตภาษีที่ผู้มีเงินได้สามารถนำไปใช้เมื่อถึงกำหนดเวลายื่นรายการเสียภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีกลางปีหรือสิ้นปีมีผลเท่ากับว่าเสียล่วงหน้าไปแล้ว ก็มีสิทธินำมาเครดิตทันทีเพื่อยื่นรายการ และถ้าปรากฏว่าภาษีที่หักไว้สูงกว่าภาษีที่ต้องชำระเมื่อยื่นรายการ ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอคืน แต่ถ้าภาษีที่หักไว้ต่ำกว่าภาษีที่ต้องชำระก็ต้องชำระภาษีเพิ่มเติม นอกจากนี้ การหักภาษี ณ ที่จ่าย ยังทำให้เกิดสิทธิที่จะไม่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้ตอนสิ้นปี เช่น กรณีดอกเบี้ย เงินปันผล และเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในบางกรณี เป็นต้น

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี