รายงานผู้สอบบัญชีมีกี่ประเภทกันนะ!

รายงานผู้สอบบัญชีมีกี่ประเภทกันนะ!

รายงานผู้สอบบัญชีมีกี่ประเภทกันนะ!

“วันนี้เรามาขยายความเกี่ยวกับรายงานผู้สอบบัญชีหน่อยดีกว่า ว่ามีกี่ประเภทแล้วเป็นอย่างไรบ้างมาอ่านกันเล้ยยย”

รายงานของผู้สอบบัญชี จะแบ่งประเภทหลักๆ เป็น 2 ประเภทได้ดังนี้ คือ

  • รายงานการตรวจสอบงบการเงิน  

ผู้สอบบัญชีให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล ได้รวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีอย่างเพียงพอและเหมาะสม จึงสามารถที่จะแสดงความเห็นต่องบการเงินได้ รายงานประเภทนี้จะใช้ในการสอบบัญชีของงบปี

  • รายงานการสอบทานงบการเงิน

ผู้สอบบัญชีให้ความเชื่อมั่นอย่างพอประมาณ ได้รวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีอย่างจำกัด ผู้สอบบัญชีจึงไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินได้ แต่จะให้ความมั่นใจในเชิงปฏิเสธหรืออย่างจำกัด ว่าผู้สอบบัญชีไม่พบสิ่งที่เป็นเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลในงบนั้นไม่ได้จัดขึ้นตามมาตรฐานฯ รายงานประเภทนี้ใช้ในการสอบบัญชีของงบไตรมาส

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

6 วิธีประหยัดเงินของ SME

6 วิธีประหยัดเงินของ SME

6 วิธีประหยัดเงินของ SME

“ธุรกิจใหม่ๆเกิดทุกวัน การแข่งขันก็สูงขึ้นตามมา แต่เราจะทำอย่างไร ให้SMEของเรา ไปต่อได้แบบสบายใจ วันนี้ ‘ควิกแอคเคาท์ติ้ง’ เลยมาแนะนำสิ่งที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยคือการประหยัดเงินของ SME มาให้ทุกคนได้นำไปเลือกใช้กันเลย”

     1. การตลาดท้องถิ่น 
การทำการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กต้องถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ ดังนั้น ในช่วงเริ่มต้น สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำคือ มองเรื่องการโฆษณาร่วมกับธุรกิจอื่นๆ ในท้องถิ่นซึ่งมีราคาถูกกว่า เช่น หนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย ป้ายโฆษณา โบรชัวร์ตามร้านค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการรับรู้ในราคาย่อมเยาเสียก่อน เมื่อได้รับการยอมรับในระดับท้องถิ่นแล้ว จึงก้าวไปในระดับจังหวัดและระดับประเทศต่อไป

     2. ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป
หากเรากำลังคิดที่จะสร้างเว็บไซต์ หรือร้านค้าออนไลน์ ในยุคนี้ความสะดวกสบายและความคุ้มค่าคุ้มทุนจะอยู่ที่เว็บไซต์สำเร็จรูป อย่าง Squarespace หรือ Shopify ซึ่งได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยบางเว็บไซต์สามารถใช้งานได้ง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

     3. หลีกเลี่ยงการเปิดออฟฟิศ
ต้องขอบคุณเทคโนโลยี ที่ช่วยให้เราสามารถทำงานและสั่งงานผ่านทางไกลได้โดยไม่ต้องใช้ออฟฟิศให้เปลืองเงินแต่อย่างใด เพราะการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่สำนักงาน ค่ามัดจำล่วงหน้า ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าตกแต่ง และอีกสารพัดค่าใช้จ่ายที่จะจมลงไปก่อนธุรกิจจะเริ่มต้น ดังนั้น ถ้าเราสามารถทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องใช้ออฟฟิศ จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ

     4. เลือกใช้อุปกรณ์มือสอง
หากว่าเราจำเป็นต้องมีออฟฟิศจริงๆ พยายามมองหาอุปกรณ์สำนักงานมือสอง หากสินค้าเหล่านั้นยังมีสภาพใหม่หรืออยู่ในสภาพดี ลองคิดภาพตามนี้ดูระหว่างอุปกรณ์ใหม่ทั้งออฟฟิศ พร้อมเงินติดลบหรือเหลือติดบัญชีอันน้อยนิดกับอุปกรณ์ที่สามารถทำให้ออฟฟิศทำงานได้ครบวัตถุประสงค์ พร้อมเงินติดบัญชีที่สามารถหมุนเวียนธุรกิจได้ 3-6 เดือน เราจะเลือกแบบไหน

     5. จ้างฟรีแลนซ์
การจ้างพนักงานหนึ่งคนใช้เงินสูงมาก กว่าจะสอนงานจนเป็นงาน สร้างแรงจูงใจ ทำให้กระตือรือร้น ไหนจะเรื่องความซื่อสัตย์อีก ดังนั้น จนกว่าธุรกิจของเราจะมีการเงินที่มั่นคงและแข็งแรง การจ้างฟรีแลนซ์นับเป็นตัวเลือกที่ดี

     6. มองหาการแลกเปลี่ยน
การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างผู้ที่ดำเนินธุรกิจด้วยกันจะช่วยลดการจ่ายเงินสดได้เป็นอย่างดี เช่น เราทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการเงินและการทำบัญชี และกำลังต้องการนักออกแบบโลโก้ให้กับแบรนด์ เราก็มองหาบริษัทออกแบบที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างการออกแบบและการสอนการทำบัญชี เป็นต้น

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล

5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล

5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล

“ในตอนนี้ต้องยกให้ว่าเป็นยุคของคำว่า “ดิจิทัล” อย่างแท้จริง  นอกจากเทรนด์ที่เปลี่ยนไป ยังรวมถึงการทำงานของธุรกิจสมัยนี้ด้วย วันนี้ทาง ‘ควิกแอคเคาท์ติ้ง’ จึงยก 5 ทักษะ ที่ควรรู้ในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคดิจิทัล”

มีดังนี้

  • Selling & Communication Skills (การขาย-การสื่อสาร)

ในหลายประเทศจะให้ความสำคัญกับทักษะการสื่อสารอย่างมาก ยิ่งการสื่อสารระหว่างประเทศยิ่งสร้างรายได้เสริมให้กับเราได้ ดังนั้น สำหรับคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ถนัดทักษะการขาย มีสกิลการใช้คำพูดในการสร้างรายได้ให้ดีลนั้นๆ complete ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่สามารถทำได้แม้ว่าเราจะมีงานประจำอยู่แล้วก็ตาม

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทักษะการสื่อสารยังสำคัญในยุคดิจัล เพราะว่าประชากรทั่วโลกไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจเทคโนโลยีต่างๆ ดังนั้น กลุ่มที่มีความสามารถในการสื่อสาร ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ ยังเป็นทักษะที่ต้องการขององค์กรและบริษัทหลายๆ แห่ง

ขณะที่โลกออนไลน์ทำให้การสื่อสารทุกอย่างไร้พรมแดน ดังนั้น หากใครที่สามารถสร้างโอกาสตรงนี้เปลี่ยนเป็นรายได้จากการขายได้ ก็ถือว่าจะช่วยสร้างรายได้เสริมอย่างมากได้เหมือนกัน

 

  • Digital Marketing (การตลาดดิจิทัล)

คนที่มีทักษะเกี่ยวกับการตลาดดิจิทัลในยุคแบบนี้ถือว่ามีความได้เปรียบมาก เพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง ใครมีกลยุทธ์ดึงดูดใจผู้บริโภคมากกว่ากันถือว่าเป็น main player ที่น่าสนใจและสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มผู้บริโภคได้ด้วย

ทั้งนี้ สกิลนี้ค่อนข้างเฉพาะตัวเพราะต้องใช้ความรู้ทั้งสมองซีกขวาและซ้ายไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่ต้องใช้กลยุทธ์ ตรรกะ สมมุติฐาน ก็ต้องใช้ความครีเอทที่ถูกทิศถูกทางด้วย

ด้วยโอกาสที่ใครๆ ก็เข้าไปอยู่ในตลาดดิจิทัลได้ง่าย ดังนั้น เราจึงเห็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ เข้ามาเป็นผู้แข่งขันร่วมอยู่บ่อยๆ ซึ่งธุรกิจน้องใหม่ที่ยังมีงบทุนไม่มาก นักการตลาดดิจิทัล freelance จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ประกอบการนี้

 

  • Coding (การเขียนโค้ดหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์)

นักโปรแกมเมอร์ หรือนักเขียนโค้ด ถือว่าเป็นสกิลเฉพาะตัวมากๆ และยังมีจำนวนผู้ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่มากนัก ดังนั้น การสร้างความได้เปรียบในธุรกิจ นักเขียนโค้ดก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่จำเป็นต้องมี เพราะสามารถทำให้เกิดความใหม่ และกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใครได้

ยิ่งธุรกิจในสมัยนี้เกือบทุกอย่างต้องเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น ฯลฯ นักเขียนโค้ดที่คิดนอกกรอบเก่งๆ และสร้างความแตกต่างได้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่บริษัทและองค์กรต้องยอมแลก

  • Business and Marketing Analytics (การวิเคราะห์ธุรกิจและการตลาด)

ในยุคทองของข้อมูลที่ล้นหลามขนาดนี้ หากไม่มีนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ดี ข้อมูลนั้นๆ ก็สูญเปล่า ดังนั้น แม้ว่าตำแหน่งนักวิเคราะห์ธุรกิจ หรือการตลาดจะมีอยู่แล้วในองค์กร/บริษัท แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องใช้นักวิเคราะห์จากข้างนอกมาช่วยฟันธงความเป็นไปได้ของทิศทางธุรกิจ หรือการตลาดนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

โดยมี 3 สิ่งหลักๆ ที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องการรู้จากการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นๆ

  • วิธีการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดีที่สุดเพื่อให้ธุรกิจเติบโต
  • วิธีการติดตามผลกระทบของการตลาดที่มีผลต่อธุรกิจที่ดีที่สุด
  • วิธีการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับธุรกิจ (ทั้งการเงิน, ทิศทาง, พนักงาน) และเพิ่มโอกาสเติบโตให้ธุรกิจ

 

  • Branding & Design (การสร้างแบรนด์และการดีไซน์)

สำหรับธุรกิจ #แบรนด์ คือสิ่งสำคัญมากเพราะเป็นหน้าเป็นตาให้กับแบรนด์ในการสร้างการรับรู้ ขณะที่การสร้างแบรนด์ หรือการดีไซน์ต่างๆ ตั้งแต่โลโก้ ความหมาย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์นั้นๆ นักสร้างแบรนด์หรือนักดีไซน์จึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากทีเดียว

ดังนั้น เรื่องของการดีไซน์แบรนด์ดิ้งจึงเป็นมากกว่าการจดจำ เพราะว่ามันเป็นทั้งงานศิลปะวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน จึงต้องเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะสีของแบรนด์, ดีไซน์ตัวอักษร, ขนาด, มุมมอง, ความหมาย ฯลฯ ตามความรู้สึก friendly สำหรับมนุษย์เป็นศาสตร์ที่ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ และบางทีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจแค่คนๆ เดียว แต่ต้องเป็นคนที่มีศาสตร์นี้ช่วยกันคิด

เช่น การออกแบบร้านเบเกอรี่ให้ความรู้สึกสบายใจ และอบอุ่น ด้วยสี earth tone พร้อมโลโก้ทรงกลมที่ดูเป็นมิตรต่อลูกค้า เป็นต้น

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

บัญชีเงินฝากธนาคาร ตรวจสอบอย่างไรนะ??

บัญชีเงินฝากธนาคาร ตรวจสอบอย่างไรนะ??

“ก่อนจะเริ่ม เรามารู้กันก่อนดีกว่าเบื้องต้นว่า บัญชีเงินฝากธนาคาร คือ บัญชีหลักสำหรับกิจการ ไว้ใช้บัญทึกการรับเงินค่าขาย หรือค่าบริการจากลูกค้า และเป็นบัญชีสำหรับรายการจ่ายค่าใช้จ่าย ที่เป็นตัวหลักๆ ของกิจการ โดยบัญชีเงินฝากธนาคารโดยทั่วไป จะประกอบด้วยบัญชีเดินสะพัดหรือบัญชีกระแสรายวัน และบัญชีฝากออมทรัพย์ รวมไปถึงบัญชีเงินฝากประจำที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน “

บัญชีเงินฝากธนาคาร ตรวจสอบอย่างไรนะ??

วิธีตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคาร ควรเริ่มต้นจาก

1. การวิเคราะห์เปรียบเทียบยอดเงินคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบบัญชีปัจจุบันกับวันสิ้นรอบบัญชี ในงวดก่อน แล้วติดตามหาสาเหตุของผลแตกต่าง โดยวิธีการสอบถามจากเจ้าของรายการ หรือผู้เกี่ยวข้อง

2. ตรวจยันยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคารแต่ละบัญชีในงวดปัจจุบัน ณ วันสิ้นงวด โดยสอบยันยอดคงเหลือ กับยอดคงเหลือ ณ วันเดียวกันกับสมุดเงินฝากธนาคาร, Bank Statement ตามยอดคงเหลือที่ปรากฏ ณ วันสิ้นงวดบัญชี กรณีที่ยอดคงเหลือตามสมุดบัญชีของบริษัทมียอดคงเหลือไม่เท่ากับยอดตามสมุดเงินฝากธนาคารหรือ Bank Statement ผู้ตรวจสอบบัญชีต้องตรวจสอบกระทบยอดคงเหลือ กับงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร ณ วันสิ้นรอบบัญชีเดียวกัน

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี

 

ทำไมต้องเลือกสำนักงานบัญชี

ทำไมต้องเลือกสำนักงานบัญชี

ทำไมต้องเลือกสำนักงานบัญชี

“สำนักงานบัญชี คือ สำนักงานบัญชีจะให้บริการทางด้านบัญชี และ ภาษี ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับงานบัญชี  ที่จดทะเบียนเป็น นิติบุคคล และให้บริการและคำแนะนำการ จดทะเบียน บริษัท โดยการทำบัญชีและจัดทำงบการเงิน ต้องได้รับการตรวจสอบจาก ผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งการทำบัญชีและเก็บเอกสารทางบัญชี จะถูกจัดทำโดยผู้ชำนาญงานทางด้านบัญชี ซึ่งจะมีความถูกต้อง และ สามารถนำตัวเลขทางบัญชีไปบริหารจัดการวางแผนงานทางธุรกิจ ต่อได้ “

แล้วทำไมต้องเลือกสำนักงานบัญชี??

  • ลดต้นทุนของกิจการ

การจัดทำบัญชีให้ครบทั้งระบบนั้นต้องใช้ทรัพยากรทางด้านบุคคลและทรัพยากรทางด้านอุปกรณ์ที่มากขึ้น ทั้ง ค่าโปรแกรมทางบัญชี,เครื่องคอมพิวเตอร์   ทำให้ค่าใช้จ่ายขององค์กรมากขึ้น การจ้างสำนักงานบัญชีให้จัดทำบัญชีนั้น ช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการจัดทำบัญชีลดลงได้ ตัวอย่างเช่น ราคาเริ่มต้นในการทำบัญชีของสำนักงานบัญชีอาจเพียงแค่ 1,500 บาท ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณเอกสาร แต่ถ้า จ้างพนักงานจัดทำบัญชีเอง ค่าใช้จ่ายต่อบุคลากร 1 คน อาจจะถึง  1,1000 – 1,5000 บาท แล้ว ดังนั้นการจ้างสำนักงานบัญชีจึงสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลดได้

  • การทำบัญชี ถูกต้อง

การจ้างสำนักงานบัญชี ทำให้การทำบัญชีของกิจการของคุณทำโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานบัญชี ซึ่งการบันทึก บัญชี รายรับ รายจ่าย และบัญชีประเเภทต่างๆมีความถูกต้อง พร้อมทั้งมีการให้คำแนะนำจากสำนักงานบัญชีในการเก็บเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับทางด้านบัญชีต่างๆ ซึ่งคุณจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับงานทางด้านบัญชี ทำให้คุณดำเนินธุรกิจด้านอื่นๆอย่างเต็มที่

  • สะดวก

สำนักงานบัญชี หลายแห่งอาจมีบริการไปรับเอกสารทางบัญชี เพื่อนำมาบัญทึกบัญชี พร้อมทั้งคำนวนภาษีและบริการยื่นแบบภาษี ที่ต้องนำส่งสรรพากรให้และแจ้งเตือนลูกค้าว่าถึงรอบยื่นแบบภาษีหรือรอบนำส่งงบการเงินให้ลูกค้า

  • มีที่ปรึกษาทางด้านบัญชี

ในการดำเนินธุรกิจ อาจเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับด้านบัญชี เช่น การหัก ภาษี ณ ที่จ่ายของการขนส่งสินค้า ต้องหักกี่ % หรือการบริการต้องหักเท่าไร การออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งสำนักงานบัญชีจะให้คำแนะนำเบื่องต้นเกี่ยวกับบัญชี เหมาะสำหรับ กิจการที่เริ่มต้น หรือกิจการ Sme

———————————————————————–
❤️#ยินดีให้คำปรึกษา❤
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
✅สะดวก ✅รวดเร็ว ✅ถูกต้อง ✅ครบถ้วน ✅ประหยัด ✅มั่นใจในองค์กรของเรา….
❤️สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
👉🏻โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
หรือกดเพิ่มเพื่อนที่ลิ้งค์ได้เลยค่ะ https://lin.ee/qMIpQ8m
📞โทร : 0836225555
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี

หากสนใจข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการจัดตั้งบริษัท สามารถอ่านบทความได้ที่

รับจดทะเบียนบริษัท , รับทำบัญชี