วัตถุประสงค์ที่ดีกับการจดบริษัท

วัตถุประสงค์ที่ดีกับการจดบริษัท

"จัดทำบัญชี ฟรี  2 เดือน"

มาตรการ ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัทใหม่ ฮึดสู้!! สวนกระแสสถานการณ์ Covid-19 (โควิด-19)

โปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อช่วยผู้ประกอบการใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยนับเดือนที่จดทะเบียนเป็นเดือนแรกและฟรีอีก 1 เดือน ถัดไป

รีบจดด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

ติดต่อทำบัญชี

"ไม่ว่าคุณจะดำเนินธุรกิจประเภทไหนก็ตาม สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญนั้นไม่ได้มีผลกำไรของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้ผลกำไร หรือผลประกอบการของบริษัท ไม่ว่จะเป็น ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรับผิตชอบต่อพนักงาน เป็นต้น"

และสิ่งที่จะห่ให้คุณสามารถชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่มีความประสงค์ขอยื่น จดทะเบียนบริษัท ได้ว่าธุรกิจของคุณนั้นเป็นธุรกิจประเภทไหน ให้บริการอย่างไร ก็คือ วัตถุประสงค์ของบริษัทและหากคุณคิดไม่ออกว่า การเขียนวัตถุประสงค์บริษัทมีความสำคัญอย่างไรต่อการจดทะเบียนบริษัท เราได้รวมหลักเกณฑ์การกำหนดและเขียนวัตถุประสงค์บริษัทมาให้เจ้าของธุรกิจที่บทความนี้แล้ว

กำหนดวัตถุประสงค์บริษัท อย่างไรให้เหมาะสม?

ก่อนจะเริ่มต้นเขียนวัตถุประสงค์ธุรกิจ คุณจะต้องทำการกำหนตวัตถุประสงค์ของธุรกิจที่คุณดำเนินการอยู่ให้ชัตเจนก่อนและการกำหนดวัตถุประสงค์บริษัท สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่

1. กำหนดวัตถุประสงค์แบบกว้าง

คนทำธุรกิจหลายคนมักจะนิยมกำหนตวัตถุประสงค์แบบกว้างๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ โดยที่เจ้าของธุรกิจไม่ต้องวุ่นวายและเสียเวลาจดทะเบียนเพิ่มเติม แต่ถึงแม้ว่าการกำหนตวัตถุประสงค์แบบกว้างๆ จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจตำเนินการธุรกิจได้คล่องตัวมากแค่ไหน แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันเพราะว่าการกำหนดวัตถุประสงค์บริษัทหรือธุรกิจแบบกว้างเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสามารถทำธุรกรรมหรือทำการคได้กว้างมากจนเกินไป หลายๆ ครั้งอาจจะทำให้ผู้บริหารตัดสินใจทำธุรกิจที่ไม่ถนัดและอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทและธุรกิจได้ในอนาคต

2. กำหนดวัตถุประสงค์แบบจำกัด

การกำหนดวัตถุประสงค์แบบจำกัด หรือ กำหนดวัตถุประสงค์เท่าที่จำเป็นและต่ำเนินการธุรกิจที่ถนัตจริงๆ เป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ว่าจะต่ำเนินการธุรกิจในรูปแบบที่มั่นใจว่าทำได้และมีความถนัดจริงๆ เท่านั้น แต่หากคุณกำหนตวัตถุประสงค์บริษัทแบบจำกัด และอยากจะประกอบธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถทำได้ โดยการยื่นขอจดทะเบียนเพิ่มเติมได้

เขียนวัตถุประสงค์บริษัทอย่างไรให้ครอบคลุมที่สุด

สำหรับการเขียนวัตถุประสงค์สำหรับธุรกิจหรือบริษัทนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแบบสำเร็จไห่โหลดไปใช้ได้ทั้งหมด 5 แบบตามประเภทของธุรกิจ ได้แก่

แบบ ว. 1 รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบพาณิชยกรรม Download ได้ที่ Link

แบบ ว. 2 รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบธุรกิจบริการ Download ได้ที่ Link

แบบ ว. 3 รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบอุตสาหกรรมและหัตถกรรม Download ได้ที่ Link

แบบ ว. 4 รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบเกษตรกรรม Download ได้ที่ Link

แบบ ว. 5 รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบธุกิจสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค Download ได้ที่ Link

ซึ่งแบบฟอร์มที่กรมพัฒนาธุรกิจการคเปิดให้ดาวน์โหลดนั้น จะมีรายละเอียดที่ครอบคลุมกว้างๆ ของประเภทธุรกิจนั้นๆ แต่หากไม่มีข้อที่ระบุเกี่ยวกับลักษณะกิจการที่คุณต่ำเนินการอยู่ก็สามารถเพิ่มเติมโดยนับข้อต่อไปจากแบบสำเร็จรูปได้ โดยใช้แบบฟอร์ม (แบบว. สีขาว) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค Link

และการเขียนวัตถุประสงค์บริษัทหรือ กำหนดวัตถุประสงค์บริษัท ควรใช้ภาษาที่เป็นทางการ กระชับ ครอบคฤม แถะสามารถอธิบายรายถะเอียดของกิจการที่ทำได้อย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้น เจ้าหน้าที่อาจจะทำการแก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทิ้งได้ แต่หากคุณเห็นว่าวัตถุประสงคะแต่ละแบบมีกิจการการคที่แตกต่าง หรือไม่ใกล้เคียงกับธุรกิจที่ตำเนินการอยู่ ก็สามารถใช้แบบฟอร์ม (แบบว.) โดยเลือกเฉพาะข้อที่ตรงกับธุรกิจของเราและพิมพ์วัตถุประสงค์ของบริษัทเองทั้งหมดได้เช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเขียนวัตถุประสงค์ของบริษัทหรือกำหนตวัตถุประสงค์บริษัท ไม่ได้มีการกำหนดแน่ชัตว่า การเขียนวัตถุประสงค์แบบกว้าง หรือแบบจำกัดดีกว่ากันและไม่ว่าคุณเลือกกำหนตวัตถุประสงค์บริษัทแบบไตก็ตาม พึงระลึกไว้เสมอว่า

ควรกำหนดวัตถุประสงค์ของบริษัทให้ครอบคลุม และคำนึงถึงกิจการที่อาจจะมีขึ้นในอนาคตมากที่สุด

และหากคุณมีกิจการการคที่ใกล้เคียงกัน เช่น กิจการซื้อขาย ก็ควรเขียนวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมการผลิต ออกแบบสิ่งของนั้นๆ ด้วยเผื่อมีการขยายกิจการในอนาคต เพราะบริษัทจะกระทำการไดๆ โดยไม่ได้ระบุในวัตถุประสงค์ของบริษัทไม่ได้หรือหากคุณไม่แน่ใจว่า ธุรกิจของคุณจะต้องเขียนวัตถุประสงค์บริษัทแบบไหน หรือ ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเขียนวัตถุประสงค์บริษัทจากตรงไหนดี คุณสามารถเลือกใช้บริการกับเราได้ เพราะเรามีที่มงานมืออาชีพที่จะช่วยให้ทุกเรื่องของการจดทะเบียนบริษัทเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยาก ไปจนถึงดูแลเรื่องบัญชีและภาษีให้ รับรองได้ว่า คุณจะได้รับบริการที่พรีเมียมแน่นอน (ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 083-622-5555)

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้

"จัดทำบัญชี ฟรี  2 เดือน"

มาตรการ ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัทใหม่ ฮึดสู้!! สวนกระแสสถานการณ์ Covid-19 (โควิด-19)

โปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อช่วยผู้ประกอบการใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยนับเดือนที่จดทะเบียนเป็นเดือนแรกและฟรีอีก 1 เดือน ถัดไป

รีบจดด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

ติดต่อทำบัญชี

เช็คลิสต์มาตรการ "แบงก์พาณิชย์-รัฐ" ช่วยเหลือลูกหนี้ เจอผลกระทบไวรัสโควิด-19

"ธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบภาคธุรกิจในวงกว้าง โดยลดผ่อนชำระให้กับลูกหนี้และบางแห่งเพิ่มวงเงินหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบ"

แต่ละธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือแตกต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้

ธ.กรุงเทพ

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

- สินเชื่อเดิมที่มีกับธนาคาร พักชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือนให้สินเชื่อเพิ่ม
- ลูกหนี้ SMEs ให้สินเชื่อประเภท PN ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และสามารถต่ออายุได้โดยมีระยะเวลารวมกันทั้งสิ้นไม่เกิน 1 ปี วงเงินให้ความช่วยเหลือสูงสุด 20 ล้านบาท
- สำหรับลูกหนี้รายใหญ่พิจารณาสินเชื่อเพิ่มตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี

  • ลูกหนี้รายย่อย (สินเชื่อบัตรเครดิต)

- ผ่อนผันลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติร้อยละ 50
- ผ่อนผันลดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องชำระเหลือไม่เกินร้อยละ 10
- ผ่อนผันยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระ

  • สินเชื่อรายย่อยอื่นๆ (สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อบุคคล)

- พิจารณาผ่อนปรนการชำระหนี้เป็นรายกรณี


​ธ.กสิกรไทย

  • ลูกค้าธุรกิจ

- สินเชื่อเพื่อธุรกิจ (ประเภทเงินกู้) : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
- วงเงินหมุนเวียน (ประเภทตั๋ว) : ขยายตั๋วครั้งละไม่เกิน 3 เดือน
- สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

  • ลูกค้ารายย่อย

- สินเชื่อบ้านกสิกรไทย และ สินเชื่อที่อยู่อาศัยอื่นที่มีหลักประกัน : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
- สินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563
- สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ : ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน และขยายระยะเวลาการผ่อนสูงสุด 6 เดือน โดยรวมสัญญาล่าสุดต้องไม่เกิน 7 ปี


ธ.ไทยพาณิชย์

  • ลูกค้าธุรกิจ

- ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้กับลูกค้าธุรกิจด้วยการพักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 12 เดือน

  • ลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการรายย่อย

- ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้กับลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการรายย่อยด้วยการพักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 6 เดือน
หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด


ธ.กรุงไทย

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

- พักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) สูงสุด 12 เดือน
- สำหรับลูกหนี้รายที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อเดิม สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี


ธ.ยูโอบี

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

- พักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) สูงสุด 12 เดือน

  • ลูกหนี้รายย่อย

- ปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของสินเชื่อบัตรเครดิต


ธ.เกียรตินาคิน

  • ลูกหนี้ธุรกิจ (ธุรกิจอพาร์ตเมนต์โรงแรม)

- พักชำระหนี้เงินต้น และ/หรือ ลดดอกเบี้ย สูงสุด 18 เดือน

  • ลูกหนี้รายย่อย

- พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
- ส่วนลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาชำระหนี้


ธ.เกียรตินาคิน

  • ลูกหนี้ธุรกิจ (ธุรกิจอพาร์ตเมนต์โรงแรม)

- พักชำระหนี้เงินต้น และ/หรือ ลดดอกเบี้ย สูงสุด 18 เดือน

  • ลูกหนี้รายย่อย

- พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
- ส่วนลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาชำระหนี้

ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

  • แนวทางการให้ความช่วยเหลือจะถูกพิจารณาเป็นรายกรณี

ธ.ไอซีบีซี (ไทย)

- ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา
- เพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ
- ผ่อนปรนอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบ
หมายเหตุ : ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคารเป็นรายกรณี


ธ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์​

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

- ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระ เช่น ปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และ ขยายระยะเวลาเงินกู้ เพื่อให้ภาระการผ่อนชำระลดลงหลังหมดช่วงปลอดเงินต้น
- สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม
- ช่วยเหลืออื่นๆ ตามที่เห็นสมควรโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป


ธ.ไทยเครดิตเพื่อรายย่อย

  • ลูกหนี้ SMEs ทั้งบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล

- พักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) สูงสุดไม่เกิน 24 เดือน
- ปรับลดจำนวนเงินการผ่อนชำระค่างวด และขยายระยะเวลาเงินกู้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน


ธ.ออมสิน

  • โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19)

- ให้สินเชื่อเพิ่มวงเงินสูงสุด 50,000 บาท ผ่อนชำระคืนสูงสุด 5 ปี และปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก แก่ผู้ประกอบการ ผู้มีอาชีพอิสระ พนักงานลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม ยื่นคำขอได้ภายใน 30 กันยายน 2563
- ลดดอกเบี้ยให้สูงสุด 20% ของดอกเบี้ยจ่าย ระยะเวลา 1 ปี พักเงินต้นไม่เกิน 2 ปี และขยายเวลาชำระหนี้ ยื่นคำขอได้ภายใน 31 ธันวาคม 2563


ธ.เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

  • ลูกค้ารายย่อย

- เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบภัยแล้ง ขยายเวลาชำระหนี้เดิมออกไป 2 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 – 31 ธันวาคม 2564
- โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง
ปี 2563 วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท เกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งสามารถกู้
เพื่อลงทุนได้รายละไม่เกิน 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 0%
ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-2% (ปัจจุบัน MRR= 6.875%)
กำหนดชำระคืนไม่เกิน 10 ปี สนับสนุนสินเชื่อตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 ธันวาคม 2563


ธ.อาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

  • ลูกค้ารายย่อย

- ลูกค้าปัจจุบันที่กู้และจดจำนองก่อนวันเริ่มมาตรการนี้ และได้รับผลกระทบด้านรายได้จากโรคระบาดไวรัสโคโรนา
- ปรับลดดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน
- ยื่นคำขอไม่เกิน 31 มีนาคม 2563


ธ.เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

  • มาตรการลดภาระผู้ส่งออกไทย สู้ภัยไวรัสโคโรนา

ด้านสินเชื่อ
- พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน รวมทั้งขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงิน (รวมอายุตั๋วเดิมไม่เกิน 360 วัน)
- ขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้สูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าที่มีการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. PGS ระยะที่ 5-7 โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม
- ระยะเวลาให้บริการ 4 กุมภาพันธ์ – 31 ธันวาคม 2563

ด้านรับประกันการส่งออก
- ขยายเทอมการชำระเงินที่ให้ความคุ้มครองสำหรับลูกค้าประกันการส่งออก ที่มีการส่งออกไปยังผู้ซื้อในประเทศจีน โดยไม่คิดค่าเบี้ยประกันเพิ่ม กรณีขยายเทอมไม่เกิน 180 วัน (หากขยายเกิน 180 วันแต่ไม่เกิน 270 วัน จะเรียกเก็บเบี้ยประกันเพียง 50%)
- เพิ่มความคุ้มครองให้กับการส่งออกสินค้าเน่าเสียง่ายในกรณีที่ผู้ซื้อในประเทศจีนไม่รับมอบสินค้าเป็นกรณีพิเศษ ในอัตรา 50% ของ มูลค่าใบกำกับสินค้า ทั้งนี้ต้องไม่เกินวงเงินรับประกัน
- ลดระยะเวลาการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน
- ระยะเวลาให้บริการ 4 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม 2563

  • มาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ด้านสินเชื่อ
- วงเงินกู้ระยะยาวเพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ หรือเพื่อต่อเติมปรับปรุงโรงงาน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี หลักประกันขั้นต่ำ 40% สำหรับกลุ่มลูกค้า SMEs ใช้ บสย. ค้ำประกันได้ (โครงการ PGS 8) อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2.00% ระยะเวลาให้บริการ 31 มกราคม – 31 ธันวาคม 2563


ธ.พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

  • มาตรการด่วนช่วยเหลือ SMEs ไทยจากผลกระทบไวรัสโคโรนา

- พักชำระหนี้เงินต้น สำหรับลูกค้าบัญชีประเภทเงินกู้ระยะยาว นานสูงสุด 12 เดือน
- ขยายเวลาชำระหนี้ โดยขยายเวลาให้สอดคล้องกับธุรกิจได้ และสำหรับลูกค้า
ที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อเดิมสามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี
โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
- เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยถูกนิติบุคคล 3% ต่อปี ใน 3 ปีแรก บุคคลธรรมดา 5% ต่อปีใน 3 ปีแรก


ธ.อิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

  • ลูกค้าสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเพื่อธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจการท่องเที่ยวรวมไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม

- พักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไรนานสูงสุด 12 เดือน (ทั้งนี้ ไม่เกินเดือนธันวาคม 2563)
- ยื่นคำขอไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2563 ณ สาขาของธนาคารทั่วประเทศ


บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

  • มาตรการพักการชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อเป็นระยะเวลา 12 เดือน

- สำหรับลูกค้า SMEs เดิม ของ บสย. ในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
ได้แก่ ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
และเป็นลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม 2563

  • มาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” ช่วยเหลือ SMEs ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง

- โดยสถาบันการเงินได้ปรับปรุงเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ และมีการเติมทุนสร้างสภาพคล่อง สามารถใช้โครงการ “บสย. SMEs สร้างไทย” ได้ทันที รับคำขอค้ำประกันจนถึง 31 ธันวาคม 2563
มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนจากเหตุการณ์โคราช ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจ 2 ปีแรก

  • มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนจากเหตุการณ์โคราช ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจ 2 ปีแรก

- สำหรับ SMEs ที่ได้รับการผ่อนปรนการชำระหนี้กับธนาคาร และต้องการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ขยายสภาพคล่อง

รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา

แผนธุรกิจ

แผนธุรกิจ

แผนธุรกิจ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร แผนธุรกิจต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

แผนธุรกิจคืออะไร
แผนธุรกิจ (Business Plan) หมายถึง แผนการดำเนินธุรกิจ โดยเป็นการวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ ลูกค้า จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส รวมถึงอุปสรรคต่อธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นแบบแผนมีความรู้ความเข้าใจ และการจัดการที่ดี จนทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้

 

business-plan-content1

แผนธุรกิจที่ดีต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
แผนธุรกิจที่ดีควรวิเคราะห์ให้หลากหลาย และครบถ้วนทุกด้าน ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามมีดังต่อไปนี้
1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) เพื่อให้ผู้บริหารได้รู้และเข้าใจภาพรวมทั้งหมดของธุรกิจหรือโครงการ
2. โครงสร้างอุตสาหกรรมของบริษัท (Industry Analysis) เพื่อให้ทราบถึงภาพรวมโดยย่อของอุตสาหกรรม ทั้งโครงการ วิสัยทัศน์ ภารกิจ และวัตถุประสงค์ของโครงการ
3. การวิเคราะห์ตลาด (Marketing Analysis) เป็นการวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจอย่างละเอียด ทั้งปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน ผู้บริโภค หรือผลตอบแทนล่วงหน้า
4. แผนการตลาด (Marketing Plan) เป็นการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
5. แผนการพัฒนาในอนาคต (Improvement Plan) โดยเป็นการวางแผลการพัฒนาสินค้าและบริการในอนาคต
6. แผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan) เป็นการกำหนดการดำเนินงานเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง รวมถึงแผนการดำเนินงาน
7. โครงสร้างองค์กร (Organization Plan) หมายถึง แผนผังหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ
8. ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ (Business Profit) เป็นการวิเคราะห์ทางการเงินเกี่ยวกับกำไรขาดทุน
9. แผนการดำเนินงาน (Gantt Chart) เป็นกำหนดการดำเนินงานในช่วงระยะเวลาต่างๆ
10. แผนการควบคุม (Controlling Plan) หมายถึงแผนการควบคุมการดำเนินงานทั้งหมดให้เป็นไปตามที่กำหนด
11. แผนฉุกเฉิน (Emergency Plan) เป็นแนวทางการรับมือหรือวิธีการแก้ปัญหา ถ้าหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนการที่กำหนด

ประโยชน์ของแผนธุรกิจ
การวางแผนธุรกิจนั้นเป็นการวิเคราะห์ที่ทำให้รู้จุดอ่อน จุดแข็งในธุรกิจ รวมทั้งรู้และเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจ รวมทั้งหาโอกาสพัฒนาธุรกิจได้ในอนาคต ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาดทางธุรกิจอีกด้วย

ดังนั้นแผนธุรกิจจึงเป็นการวิเคราะห์และวางแผนเกี่ยวกับธุรกิจอย่าง ละเอียดรอบคอบ เพื่อช่วยให้รู้และเข้าใจธุรกิจมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคและช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ และทำให้ประสบความสำเร็จได้

คู่มือการเป็นนิติบุคคล

คู่มือการเป็นนิติบุคคล

ความหมายของห้างหุ้นส่วน

ห้างหุ้นส่วน คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงทำการค้าร่วมกัน เพื่อแสวงหากำไร และแบ่งผลกำไรจากการดำเนินกิจการนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถ ลงหุ้นด้วย เงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ ถ้าลงหุ้นด้วย ทรัพย์สิน หรือแรงงาน ต้องตีราคาเป็นจำนวนเงิน

ห้างหุ้นส่วนมี 2 ประเภท คือ

1.ห้าง หุ้นส่วนสามัญ คือ ห้างหุ้นส่วนที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทเดียว คือ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้สินของ ห้างหุ้นส่วนทั้งหมด ห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ ถ้าจดทะเบียน จะเรียกว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย

2.ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ ห้างหุ้นส่วนที่มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ได้แก่

หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด จะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ รับผิดไม่เกินจำนวนเงิน

ที่ ตนลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดจะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ รับผิดร่วมกันในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนทั้งหมด

Master-Limited-Partnership_640x480-640x450

หน้าที่ของห้างหุ้นส่วน

ห้าง หุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี โดยจะให้หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ่นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการ บัญชี พ.ศ.2543 มีดังนี้

  1. จัดทำบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า และบัญชีประเภทอื่น ตามความจำเป็นแก่การทำบัญชี
  2. ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีเพื่อเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของ ห้างหุ้นส่วน
  3. ต้องส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี
  4. ต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือน นับแต่วันเริ่มทำบัญชี และ ปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน นับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
  5. จัดทำงบการเงิน ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน หมายเหตุประกอบงบการเงิน และงบการเงินเปรียบเทียบกับปีก่อน
  6. เมื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นใน งบการเงินแล้ว
  7. ต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ที่ สำนักงานแห่งใหญ่

How+to+Start+and+Keep+a+Limited+Partnership

ความหมายของบริษัทจำกัด

บริษัท จำกัด คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปร่วมกันทำกิจการโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรจากการดำเนินกิจการนั้นมาแบ่งปันกัน โดยบริษัท จำกัด จะแบ่งทุนออกเป็นหุ้น มูลค่าหุ้นละเท่าๆ กัน ผู้ลงทุนในบริษัท เรียกว่า “ผู้ถือหุ้น” โดยผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้น ที่ตนถือ เมื่อจดทะเบียนบริษัทจำกัดแล้ว จะมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย แยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น และได้รับเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ซึ่งจะถูกใช้ เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของกรมสรรพากรด้วย

network-577009_1280

หน้าที่ของบริษัทจำกัด

การ ที่บริษัทมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายทำให้มีสิทธิ หน้าที่ รับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 พระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ. 2543 รวมทั้งต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรฐานการรายงาน ทางการเงิน ดังนี้

  1. ต้องมีที่ตั้งสำนักงานซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของบริษัทที่สามารถติดต่อได้
  2. จัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
  3. หลังจากนั้นภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจะ ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นขึ้นเป็นครั้งแรก
  4. ต้องส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมดและผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นแล้ว ในวันประชุมสามัญ
  5. ต้องรีบนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทันที
  6. ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีหนึ่งคนหรือหลายคนมาตรวจสอบงบการเงิน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษี

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษี

การเสียภาษีเป็นหน้าที่ที่พึงต้องปฏิบัติในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศ ชาติที่มีความรับผิดชอบคนหนึ่ง นอกจากบุคคลธรรมดาทั่วไปมีหน้าที่ต้องไปเสียภาษีแล้ว องค์กรทางธุรกิจก็มีหน้าที่ดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่จะมีความซับซ้อนในแง่ของรายละเอียดเนื้อหาที่เพิ่มมากขึ้นจากบุคคลธรรมดา อยู่ซักหน่อยแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องของภาษีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของธุรกิจรายใหม่จำเป็นต้อง ศึกษาและทำความเข้าใจให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจโดยตรง ทั้งยังมีผลในทางกฎหมายในการทำธุรกิจอีกด้วย โดยรายละเอียดของภาษีเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมีดังนี้

 E092E0_3050313b

ความหมายของภาษี

ภาษี หมายถึงเงินที่เรียกเก็บจากประชาชนเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทคือ ภาษีทางตรง เป็นภาษีที่เก็บจากประชาชนที่มีรายได้จากการประกอบอาชีพและภาษีที่ได้จากการ ประกอบกิจการทางการค้า บริการ และอุตสาหกรรม และภาษีทางอ้อม เป็นภาษีที่เก็บจากประชาชนเมื่อซื้อสินค้าและบริการต่างๆที่เรียกกันอีก อย่างหนึ่งว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งประชาชนทุกคนจำเป็นที่จะต้องเสียภาษี เพราะประโยชน์ของการเสียภาษีจะกลับมาตอบแทนประชาชนใน 2 ลักษณะคือ

1. นำไปจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการเพื่อให้บริการประชาชนและใช้จ่ายเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ของสถานที่ราชการต่างๆ

2. นำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ เช่น สร้างถนน สร้างโรงเรียน เป็นต้น ประเภทของภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ภาษีที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจมีอยู่มากมายหลายประเภท

แต่ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงเพียง 2 ประเภทเท่านั้น คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีนิติบุคคล เหตุผลก็เนื่องมาจากมีความเกี่ยวข้องกับผู้ที่เริ่มทำธุรกิจใหม่ ที่กิจการยังไม่มีขนาดใหญ่โตมากนัก จึงเข้าเกณฑ์ของภาษีทั้ง 2 ประเภทนี้มากที่สุด ซึ่งรายละเอียดของภาษีทั้ง 2 ประเภทมีดังต่อไปนี้

– ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลธรรมดาทั่วไป ตามที่กฎหมายบัญญัติและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเจ้าของกิจการหรือธุรกิจอะไรก็ตามแต่ ที่มีตัวเองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว จะเข้าข่ายอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีประเภทนี้ โดยปกติจะทำการเรียกเก็บเป็นรายปี โดยรายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆก็ตาม ผู้มีรายได้ต้องนำไปยื่นแสดงรายการภาษีที่กำหนดในช่วงระหว่างเดือนมกราคถึง เดือนมีนาคมของปีถัดไป

– ภาษีเงินได้นิติบุคคล

คือ ภาษีอากรประเภทหนึ่งที่บัญญัติไว้ ซึ่งจะเรียกเก็บจากนิติบุคคล ที่มีความหมายถึงการรวมตัวกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปในการจดทะเบียนเพื่อก่อตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อประกอบกิจการอย่างใดอย่าง หนึ่ง ซึ่งในที่นี้หมายถึงห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ฯลฯ ด้วยเป็นต้น

 cybersecurity-nbtc

หลักเกณฑ์ในการคิดเงินภาษีจากผู้ประกอบการธุรกิจ

หลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บภาษีเงินได้ในภาษีแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ออกไป โดยหลักเกณฑ์การเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่เป็นผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจแต่เพียงผู้เดียวจะต้องไปเสียภาษีตามหลัก เกณฑ์ดังนี้คือ กรณีไม่มีคู่สมรสและมีเงินได้ที่ประเมินแล้วเกิน 30,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมจะต้องเสียภาษี ถ้าน้อยกว่านี้ได้รับการยกเว้น กรณีมีคู่สมรสต้องมีเงินได้ที่รวมกันแล้วเกิน 60,000 บาท และห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลถ้ามีเงินได้เกิน 30,000 ก็ต้องเสียภาษีเช่นกัน ส่วนที่มาของภาษีเงินได้นิติบุคคลมาจากการคำนวณเงินได้ที่ใช้เป็นหลักฐานใน การคำนวณคูณด้วยอัตราภาษีที่กำหนด ซึ่งเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล นั้น ทั่วไปมักมาจากกำไรสุทธิที่คำนวณตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมจึงทำการบัญญัติการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล จากเงินได้ที่แตกต่างกันดังนี้ 1. กำไรสุทธิ 2. ยอดรายได้ก่อนหักรายจ่าย 3. เงินได้ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย 4. การจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งการคำนวนภาษีทั้ง 2 รูปแบบ ผู้ประกอบการสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rd.go.th/publish/286.0.html

 income-tax

สถานที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี

สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คุณสามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากร พื้นที่สาขา โดยต้องกรอกเอกสารให้ครบถ้วนจากนั้นจึงยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.50 ,ภ.ง.ด.51,ภ.ง.ด.53,ภ.ง.ด.54 ได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในท้องที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ถ้าในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.50 ,ภ.ง.ด.51,ภ.ง.ด.53,ภ.ง.ด.54 ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่ง อำเภอท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ในกรณีสำนักงานสรรพากรอำเภอมิได้ตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอ แต่ในปัจจุบันทางกรมสรรพากรได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเปิดให้บริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยคลิกไปที่เว็บ ไวต์ http://rdserver.rd.go.th/publish/index.php แล้วเลือกลักษณะการเสียภาษีของผู้ประกอบการจากนั้นจึงกรอกแบบฟอร์มเท่านี้ก็ เป็นอันเสร็จตามขั้นตอนของวิธีการยื่นภาษีผ่านทางอินเตอร์เน็ตแล้ว

ผู้ประกอบการควรตระหนักไว้ว่าเงินภาษีที่จ่ายออกไปนั้นจะมีส่วนช่วยพัฒนา ประเทศชาติให้เจริญมั่นคงมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดผลดีก็จะมาตกอยู่กับตัวผู้ประกอบการนั่นเอง ดังนั้นการจ่ายภาษีจึงเป็นหน้าที่ที่พลเมืองเต็มขั้นพึงกระทำ อย่าได้คิดพยายามบ่ายเบี่ยง หรือหาช่องว่างทางกฎหมายที่จะหลบเลี่ยงไม่จ่าย เพราะสรรพากรคงไม่ปล่อยให้คุณลอยนวลได้นานอย่างแน่นอน