จดทะเบียนจัดตั้งสมาคม (Association Registration Service)

ติดต่อจดทะเบียนบริษัทผ่านไลน์

tel-icon

ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดสมาคม

สาระสำคัญของการจัดตั้งสมาคม

  • เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคล 10 คนขึ้นไปสมาชิกไม่น้อยกว่า 3 คน ยื่นคำขอจัดตั้งเพื่อการกระทำใดๆเป็นการต่อเนื่องร่วมกัน (เน้นกลุ่มคนเป็นสำคัญไม่ต้องมีกองทุน)
  • การบริหารงานสมาคมจะดำเนินการ 2 ลักษณะคือ
    1. การบริหารโดยคณะกรรมการ
    2. การบริหารภายใต้การกำกับดูแลของที่ประชุมใหญ่
  • วัตถุประสงค์การบริหารงานเพื่อดูแลผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก
  • ราย ได้ของสามคมมาจากค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงของสมาชิก การจัดกิจกรรม หารายได้ของสมาคม ส่วนรายจ่ายสามารถใช้เงินได้ในทุกกรณี ทั้งนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมติที่ประชุม
  • การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคม แก้ไขโดยมติที่ประชุมใหญ่และต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 14 วันนับตั้งแต่วันที่ได้ลงมติ
  • นายทะเบียน คือ กรุงเทพมหานคร-อธิบดีกรมการปกครอง ,จังหวัดอื่น-ผู้ว่าราชการจังหวัด
  • นายทะเบียนมีอำนาจตรวจตราควบคุมดูแลการดำเนินกิจการและมีอำนาจในการสั่งถอนชื่อสมาคมได้
  • ข้อมูลปัจจุบันมี 12,621 สมาคม แยกเป็นกรุงเทพมหานคร 4,785 สมาคม,ต่างจังหวัด 7,836 สมาคม

การจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม

ขั้นตอนการดำเนินการและการตรวจสอบเอกสารมีดังนี้

  1. รับคำขอตามแบบ ส.ค.1 ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • รับคำขอตามแบบ ส.ค.1 ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ

    การตรวจสอบเอกสาร

    • ลงเลขที่รับคำขอ และลงชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอที่มุมขวาบนของแบบ ส.ค.1
  2. ตรวจเอกสารประกอบคำขอ ส.ค.1

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • ตรวจเอกสารประกอบคำขอ ส.ค.1

    การตรวจสอบเอกสาร

    มีเอกสารสำคัญที่ต้องตรวจสอบรวบรวมดังนี้

    • ข้อบังคับสมาคมมีสาระสำคัญ 8 รายการ ตาม (มาตรา 79) และต้องไม่มีข้อความที่ขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ถ้ามีต้อง ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎหมายด้วย
    • รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 คนและมีกรรมการของสมาคม (มาตรา 81)
    • รายงานการประชุมก่อตั้งสมาคม
    • แผนผังที่ตั้งสังเขปของสมาคม ทั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา (ถ้ามี)
    • หนังสืออนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองให้ใช้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่/สาขา
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่หน่วยราชการออกให้และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้จะเป็นสมาชิก
    • สำเนาใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมตามกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติในกรณีที่สมาคมมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับงานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
    • บันทึก คำให้การตรวจสอบฐานะและความประพฤติของผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการของสมาคม หรือหนังสือรับรองกรณีที่ไม่ต้องสอบปากคำพร้อมสำเนาบัตรฯ ที่แสดงว่าเป็นบุคคลน่าเชื่อถือ
    • กรณี เป็นบุคคลต่างด้าว ต้องส่งข้อมูลบุคคลไปตรวจสอบประวัติฐานะและความประพฤติ ณ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสถานทูตของประเทศที่บุคคลนั้นถือสัญชาติอยู่
    • หนังสืออนุญาตการกีฬาแห่งประเทศไทยกรณีเป็นสมาคมที่มีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือส่งเสริมการกีฬา
  3. ความเห็นเจ้าหน้าที่

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • ความเห็นเจ้าหน้าที่

    การตรวจสอบเอกสาร

    • ควรเป็นผู้อำนวยการเขต/นายอำเภอหรือผู้รักษาราชการแทนหรือปฏิบัติราชการแทน เพื่อจะได้กลั่นกรองความถูกต้องก่อนเสมอ นายทะเบียนสมาคม พร้อมลงวันที่ เดือน ปี ที่ลงนามด้วย
  4. การส่งคำขอและเอกสารประกอบคำให้นายทะเบียนสมาคม กทม. หรือนายทะเบียนสมาคมจังหวัด

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • การส่งคำขอและเอกสารประกอบคำให้นายทะเบียนสมาคม กทม. หรือนายทะเบียนสมาคมจังหวัด

    การตรวจสอบเอกสาร

    • เมื่อสำนักงานเขต หรืออำเภอได้พิจารณาเอกสารและคำขอแล้วเห็นว่าครบถ้วนและถูกต้อง ให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและพิจารณา จดทะเบียน
  5. นายทะเบียนสมาคมพิจารณาสมาคมตามกฎหมายอื่นๆ

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    • นายทะเบียนสมาคมพิจารณาสมาคมตามกฎหมายอื่นๆ

    การตรวจสอบเอกสาร

    • ถ้ารับจดทะเบียนแล้ว ให้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม (ส.ค.4) และส่งประกาศรับจดทะเบียนสมาคมไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา แล้วส่งเรื่องคืนสำนักงานเขต หรืออำเภอเพื่อดำเนินการแจ้งผู้ขอจดทะเบียนทราบ และมารับมอบใบสำคัญพร้อมชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง
    • สมาคมการค้า ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด
    • สมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องจดทะเบียนกับสำนักงานกิจการสตรีและครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
    • สมาคมนายจ้าง ต้องจดทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด